เนื่องจากปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในหลายพื้นที่ และมีการแจ้งปิดสถานที่ในบางพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ และบางจังหวัด ส่งผลกระทบต่อการสัมมนาในวงกว้าง ทางเวปสัมมนาดีดี จึงขอเรียนให้ท่านผู้ใช้งาน โปรดสอบถามยืนยันสถานะการจัดสัมมนากับทางผู้จัดงานอีกครั้ง

ลงประกาศ

สัมมนาฟรี

คลิกที่นี่

ธุรกิจของเราจะรอดอยู่ได้อย่างไร ในสภาวะแบบนี้
พัฒนาธุรกิจ SME

จำนวนเข้าชม 74 ครั้ง

ธุรกิจของเราจะรอดอยู่ได้อย่างไร ในสภาวะแบบนี้


ธุรกิจของเราจะรอดอยู่ได้อย่างไร ในสภาวะแบบนี้

เราคงรู้ว่าสภาวะเศรษฐกิจของประเทศเรา ในตอนนี้มีปัญหามากเลย


และปัญหามาจากอะไรบ้างล่ะ !!

แล้วเราจะอยู่รอดได้อย่างไรล่ะ !!


เรามาดูปัญหาก่อน ว่ามีอะไรบ้าง โดยผมจะแบ่งออกเป็น 2 ปัยจัย


1.ปัยจัยภายนอกประเทศ ได้แก่


1.1 สภาวะเศรษฐกิจถดถอยของโลก / ปัญหาการค้าระหว่างจีน และอเมริกา / China is World factory

ทั้ง 3 ประเด็นนั้น ผมมองเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะมันเชื่อมโยงมาจาก New Technology ที่เกิดขึ้น ได้แก่ Digital Technology / Energy Storage Technology ทั้ง 2 อย่างนี้


สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลให้กับโลก เพราะโลกได้ เกิดมือถือ (Smart phone) ขึ้นมา นั้นหมายความว่าทั้งโลก คนสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ค่าใช้จ่ายต่ำลง


และผลกระทบในระดับโลกก็คือ Consumer Behavior เปลี่ยนไป พวกเขามีทางเลือกมากขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น มีช่องทางมากขึ้น และเป็นที่มาที่ทำให้ผู้ครองตลาดเดิม มีคู่แข่งมากขึ้นด้วย (จากการค้าบน Online)


เมื่อจีนเริ่มพลิกพื้นเศรษฐกิจ จากการเปิดประเทศให้แต่ชาติมาลงทุน โดยใช้แรงงานราคาถูกจูงใจ ทำให้มีการลงทุนในจีนกันมาก ในรูปแบบที่เรียกว่า รับจ้างผลิต (OEM = Origianl Equipment Manufacturer / ODM =Original Design Manufactuere) จนคนทั้งโลกเรียกจีนว่า World Factory


และสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นมานั้น ถูกส่งขายออกไปทั่วโลก จนมีข้อมูลในปี 2557 ว่าจีนเป็นผู้ส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก แน่นอนการนำเข้าของจีน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกวัตถุดิบ เพื่อนำมาผลิต เป็นสินค้า


แต่เมื่อจีนเริ่มปรับตัว พวกเขาเริ่มผลิต ออกแบบ และขายเอง (OBM = Original Brand Manufacturer ) ทั้งโลกก็สะเทือนเพราะเงินจะ ไหลไปที่จีน โดยไม่ต้องแบ่งให้ใครอีก


ดังนั้นผู้ครองตลาดเดิมก็ลำบาก อเมริกาก็เป็นประเทศหนึ่ง ที่พึ่งพา การผลิตของจีนอย่างมาก แต่จีนไม่มีความจำเป็นต้องใช้สินค้า ของสหรัฐเลย ทำให้จีนเกินดุลการค้ากับสหรัฐมาก และกลายเป็นที่มาของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

(ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่า สหรัฐเลือกการทำสงครามการค้ากับจีนเพื่ออะไร ในความเป็นจริง อเมริกาไม่มีความสามารถในการผลิตให้ต้นทุน ต่ำกว่าจีนได้เลย ถ้าจะผลิตเพื่อขายแข่งกับจีนก็คงไม่ได้ จะบังคับให้จีนช่วยซื้อก็คงได้แค่ อาหารคนกับอาหารสัตร์ !! แล้วมันจะแก้การเกินดุลการค้าได้หรือ !! หรือมันเป็นแค่เกม อันหนึ่งของมหาอำนาจ !!)


สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ในภาพรวมก็มาจากการที่ โลกทั้งโลกต้องปรับตัว


>จากการผลิตแบบเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะถูกเครื่องจักร และโรงงานสมัยใหม่มาแทนที่ (Robot / Computer Control ที่มาจาก AI/ML ซึ่งก็เป็น New Technology)

>วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจาก Digital Technology (การซื้อสินค้าบน Online /On-line Entertainment)

>การย้ายฐานการผลิตมาที่เอเชีย

จะเห็นว่าการเปลี่ยนทั้งหมดนี้ ทำให้การใช้แรงงานลดลง การว่าจ้างก็ต้องลดลงไปด้วย สุดท้ายก็ทำให้กำลังซื้อถดถอย และเป็นที่มาของเศรษฐกิจโลกถดถอย !!

อ้างอิง ว่างงานรุ่นใหม่พุ่งเศรษฐกิจโลกสะเทือน
https://www.posttoday.com/politic/analysis/216189


ประเด็นทั้งหมดนี้ ทำให้เศรษฐกิจของโลกถดถอย จนกว่าจะปรับ ตัวได้ ก็คงใช้เวลาพอสมควร (ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการนั้นแล้ว)


1.2 โรคระบาด Covit 19 แม้จะมีผลระยะสั้น แต่ผลกระทบรุนแรง เพราะไม่มีการเตรียมการตั้งรับมาก่อน

>มันส่งผลต่อระบบการผลิต และการบริโภคของคนทั้งโลก (Supply Chain)

>คนจะไม่เดินทาง และจะกระทบกับธุรกิจบริการ และการขนส่งอย่าง มาก


2.ปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่

>เรื่องของ Covit 19 เราก็เหมือนคนทั้งโลก ที่ประสบปัญหาเดียว กัน ทำให้ การท่องเที่ยวของเราแย่ไปด้วย เพราะคนทั้งโลกไม่ เดินทางกัน การบริโภคสินค้าและบริการ ในประเทศก็กระทบไปด้วย

>การส่งออกของไทยเรา ซึ่งก็ยังแย่อยู่จากเศรษฐกิจโลก ที่ยังมีปัญ หาอยู่ ค่าเงินบาทก็แข็งอีก 2 เด้งเลย

>ปัญหาภัยแล้ง ก็ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เงินเข้าไปที่ เกษตรกรน้อยลง ก็เท่ากับกำลังซื้อจะลดลงไปด้วย

>การผลิตที่ยังเป็นรูปแบบเดิมๆ ที่สร้างมูลค่าได้น้อย และแข่งขัน ได้ยาก (ทางแก้ไข เราจะต้องสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย Innovation & branding ขึ้นมาให้ได้)


จากปัจจัยทั้ง ข้อ 1 & 2 ตอนนี้เราเห็นปัญหา และพอจะเข้าใจถึง ที่มาของปัญหาแล้ว


ถ้าเราจะให้ธุรกิจของเราอยู่ให้รอดในสภาวะแบบนี้ จะต้องคิดอย่างไร ทำอย่างไร ดีล่ะ


ผมก็ขอให้ความเห็นดังนี้ครับ


1. เราต้องรู้ก่อนว่าธุรกิจของเราได้รับผลกระทบจากอะไรมากที่สุด ภาพใหญ่เราเข้าใจแล้ว คราวนี้ให้ลงไปที่ตัวปัญหาเลย นั้นก็คือ ลูกค้าของเรา / ตลาดของเรา / ผลกระทบเป็นอย่างไร และอะไรคือกระบวนการที่จะทำให้มันกลับคืนมาได้ คุยกับทุกราย ออกสำรวจตลาด แล้วเอาข้อมูลมาสรุปสถานการณ์ เพื่อวางแผน ในขั้นตอนต่อไป


2. ตัวธุรกิจได้ผลกระทบอย่างไร ? จากการทำงานในข้อ 1 ถ้าสำรวจแล้ว ประมาณว่าถ้ารายรับจะลดลง -70% /-50% /- 40% เราจะมีผลกระทบในด้านไหนบ้าง

2.1 ด้านการเงิน เรามีเงินเข้าและเงินออก จากหลายช่องทาง ต้องดูจะมาได้อย่างเดิมหรือไม่ จุดคุมทุนจะอยู่ตรงไหน เราต้องลดค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง อะไรที่เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด เช่น

>เงินเดือนพนักงาน จะตกลงกันอย่างไร ทำความเข้าใจกับ พวกเขาเลย บอกพวกเขาเลยว่า ผลกระทบเป็นวงกว้าง ถ้าพวกเขาจะได้งานใหม่นั้นมันยาก มาตกลงแบบให้ลา แบบไม่มี ค่าจ้าง หรือลดค่าจ้างลง จะดีกว่า และถ้าพนักงานเรามีปัญหาจริงๆ ก็ลงไปช่วยเป็นรายๆไป (อันนี้ผมเคยทำมาแล้ว)

>สำหรับหนี้สิน คุยกับเจ้าหนี้ ว่าพักชำระ ในเงื่อนไขอะไร ที่เขาจะช่วยเราได้บ้าง ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีอะไรดีกว่านี้ ฟ้องเป็นคดีก็ไม่ช่วยอะไร

>สินค้าคงคลัง จะบริหารจัดการให้มีน้อยที่สุด เพื่อลดภาระด้าน การเงิน


2.2 สำหรับการทำงาน เราต้องลดกำลังผลิต และต้องไม่มี OT / ถ้าไม่มีงานเข้ามา ก็ต้องให้ทำงานอื่น เช่น การซ่อมบำรุง


2.3 การบริการลูกค้า จะต้องคิดใหม่ เพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้า เพราะพวกเขาก็อาจจะอยู่ในสถานะเดียวกับเรา เราจะช่วยเขาได้ อย่างไร เช่น จากการขาย อาจทำเป็นการแลกเปลี่ยนก็ได้


3. มันจะช่วงเวลาที่ดี ที่จะมีเวลาได้ทบทวน และวางแผน ไปข้างหน้า ดึงทีมเข้ามาพุดคุย พัฒนาองค์กร ให้พร้อม สำหรับโอ กาสที่เกิดขึ้นเมื่อวิกฤผ่านพ้นไป คุณจะเป็นองค์กรที่พร้อมที่สุด (ทุกคนในองค์กร ต้องการขวัญและกำลังใจจากคุณ)

ตอนนี้เรารู้ ภาพใหญ่ของปัญหาแล้ว แต่ภาพเล็กก็คือ คุณมี “สินค้าและบริการที่สามารถจะแข่งขัน ได้หรือยัง” !!

(ไม่ใช่การแก้ไข เรื่องโรคระบาด หรือการเอาชนะในสงครามการค้า ระหว่างจีนกับสหรัฐ เอาแค่นี้ให้ได้ คุณก็มีทางรอดแล้ว)


ดังนั้น คุณต้องสร้าง Innovation ขององค์กรคุณขึ้นมา และนี่จะทำให้ คุณแข่งขันในตลาดได้

Innovation ที่คิดแบบง่ายๆ ก็คือ ทุกหน่วยงานของคุณ จะต้องมีกา รพัฒนาอยางต่อเนื่อง และองค์กรต้องมีสินค้าและบริการ ที่พัฒนา อยู่ตลอดเวลา

(โดยนิยามของ Innovation คือ ใหม่ และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ (ขายได้) แน่นอนในระดับองค์กรต้องมี แต่ถ้าระดับหน่วยงาน ยังไม่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คงหวังได้ยาก ว่าองค์กรนั้นจะสร้าง Innovationได้ )


ดังนั้นทางรอดก็คือ สร้างนวัตกรรม ให้กับธุรกิจของคุณ

(ทางออกที่ง่ายๆครับ เพราะถ้าไม่มีสินค้าและบริการ ที่ตอบโจทย์ ลูกค้าแล้ว ใครจะเสียเงินเพื่อซื้อมันล่ะ !!

แต่ถ้าคิดใหม่ยาก ก็พัฒนาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้มันให้ดีขึ้น ก็ ได้เหมือนกัน)


THX for picture : Channel 4.com


By Anant vachiravuthichai (Tangram Strategic Consultant)

#principle4biz #tangram

#professionalpurchasing #Internationaltrade

# co-develop #parttimegm

-----------------------------------------------------------------------

เคล็ดลับอื่นจาก อนันต์ วชิราวุฒิชัย

สัมมนาที่จัดโดย อนันต์ วชิราวุฒิชัย


ก้าวสู่การเป็น Overseas Purchaser & Overseas Sale ด้วย Knowledge for International Trade
3,600บาท
“สำหรับผู้ที่จะต้องมาดูแล งานจัดซื้อ / งานขาย ไปยังต่างประเทศ ห้องเรียนนี้เหมาะมากครับ คุณจะได้เรียนรู้พื้นฐานทั้งหมดในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ”
“การสร้างรูปแบบความร่วมมือ และการพัฒนาธุรกิจ (Co-operation & Development Model)
20000บาท
องค์กร ก็เปรียบได้เหมือนกับกองทัพ ที่มีแม่ทัพ นายกอง และพลทหาร ที่ต้องมีความพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่จะร่วมรบไปด้วยกัน และเราเชื่อว่า นี้คือ หนทางของชัยชนะ !! แต่เมื่อต้องร่วมรบไปด้วยกัน กลยุทธ์ที่นำมาใช้ คืออะไร !!

เคล็ดลับโค้ชฝากบอก ดูเคล็ดลับทั้งหมด »

วิทยากรด้าน พัฒนาธุรกิจ SME ดูวิทยากรทั้งหมด »