20 เคล็ดลับบริหารสมอง รับความรู้
พัฒนาตนเอง พัฒนาบุคลิกภาพ

จำนวนเข้าชม 2158 ครั้ง

20 เคล็ดลับบริหารสมอง รับความรู้

Sponsored
กลยุทธ์การจัดการโลจิสติกส์ (Logistics: Strategy & Management)

กระบวนการด้านโลจิสติกส์เป็นกระบวนการที่สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กร เนื่องจากเป็นกระบวน...

ดูรายละเอียด
การทำข้อตกลงในงานจัดซื้อ..อย่างมืออาชีพ (Purchasing Agreement as Professional)

การทำข้อตกลงในงานจัดซื้ออย่างมืออาชีพ (Purchasing  Agreement as Professional)การทำข้อต...

ดูรายละเอียด

ฮะโหลๆ ฮะเก๋ามาแล้วฮ่ะ มาพร้อมกับความรู้ดีดีอีกเช่นเคย

 

กับ “20 เคล็ดลับบริหารสมอง รับความรู้  “

 

>>ถ้าคุณไม่รู้จักบริหารสมอง ไม่ว่าคุณจะเรียนรู้กับคอร์สไหนๆ ก็เก็บความรู้มาไม่เต็ม 100%

>>เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเรียนรู้แล้วได้ความรู้มาเต็มๆ 100% ต้องรู้เคล็ดลับการบริหารสมองก่อนเริ่มต้นหาความรู้…

 

และความรู้ที่ฮะเก๋ารวบรวมเคล็ดลับต่างๆ มานำเสนอนี้ ฮะเก๋าลองใช้แล้ว ได้ผลดีจริง #แหล่มลอยยยยยย

 

พร้อมแล้วอ่านโล้ดดด อ่านเสร็จลงมือทำดั๊ว

 

#สัมมนาดีดี

#แชร์วนไป

 

1.เปลี่ยนจากความคิดแง่ลบ เป็นแง่บวก

หลายคนมีเป้าหมาย และต้องการเอาชนะเป้าหมายนั้นให้ได้ แต่ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจตัวเองว่า ตอนนี้คุณอยากทำอะไร กำลังทำอะไร พร้อมหาความรู้ตามเป้าหมายที่ตัวเองเลือก เพราะหากไม่หาความรู้เพิ่มเติมเลยคุณจะมองไม่เห็นความสำเร็จ

อีกทั้ง ต้องทำลายความคิดในทางลบนั้นออกไป  เช่น ถ้าคุณคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ความจำไม่ดี เมื่อเราเห็นคนอื่นทำไม่ได้เราจึงคิดว่าเราทำไม่ได้

แต่ในทางกลับกัน ให้ใส่ความคิดบวกลงไปแทน เช่น ถ้าไม่ลองไม่รู้ เพราะเรามีความสามารถ เราทำได้ ไม่ยากเกิดความพยายาม เพราะทุกอย่างล้วนมีปัญหาและมีทางแก้ไขเสมอ

 

2.ผ่อนคลาย

สิ่งที่ทำให้คนเราสามารถเรียนรู้ได้เร็วคือ การผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ เพื่อยับยั้งความคิดแง่ร้ายนั้นออกไป เมื่ออยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายทั้งกายและใจ ให้ตั้งสมาธิ ออกกำลังกาย แล้วค่อยมุ่งสู่การเรียนรู้ต่อไป เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สมองคุณรับรู้ได้เร็วขึ้นแล้วล่ะ

 

3.พยายามเรียนรู้

บางคนพบว่าตนเองเรียนรู้ได้เร็วจากการอ่าน ,การพูดคุยกับผู้อื่น, การคำนวณ,การแสดงออกทางดนตรี และศิลปะ , การเข้าใจผู้อื่น, การใช้ทักษะทางภาษา, การขาย ฯลฯ เป็นต้น  ดังนั้น ถ้าเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ตรงจุดๆ นั้นให้ดีขึ้น ก็จะเป็นผลดีต่อการรับรู้ได้เป็นอย่างมาก

 

4.ตั้งคำถามหาคำตอบ

การเก็บข้อมูลและดึงข้อมูลมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว ควรเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะทำให้สมองมีการพัฒนาต่อเนื่อง

ที่สำคัญการตั้งคำถามพร้อมหาตำตอบจากข้อมูลที่รวบรวมมาเพื่อหาจุดเชื่อมโยงให้เกิดคำตอบที่ตัวเองกำลังสงสัย ก็จะทำให้สมองคุณมีการพัฒนาต่อเนื่อง

 

5.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยให้คุณกระตือรือร้น สดชื่น อารมณ์แจ่มใส ส่งผลให้สมองมีการตื่นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะสมองทั้ง 3 ส่วน คือ ส่วนซ้าย ส่วนขวา และสมองส่วนกลาง

ดังนั้น ถ้าคุณออกกำลังกายนานติดต่อกันถึง 20 นาที ส่งผลให้ข้อมูลในสมองเกิดการเรียงลำดับข้อมูลที่ถูกต้อง แถมคุณยังสามารถใช้สมองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

6.เขียนเลข 8 บนอากาศ

การเขียนเลข 8 บนอากาศด้วยมือทั้ง 2 ข้างๆ ละ 5 ครั้ง โดยเริ่มจากด้านซ้ายของเลขก่อน แล้วเขียนวนไปให้เป็นเลข 8 วิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการอ่าน และการทำความเข้าใจที่ดีขึ้น อีกทั้ง ทำให้สมองด้านซ้ายและด้านขวาประสานงานกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น

 

7.ดื่มน้ำเปล่าให้สม่ำเสมอ

การดื่มน้ำบ่อยๆ นอกจากช่วยให้ร่างกายมีน้ำหล่อเลี้ยงบำรุงระบบต่างๆ ภายในแล้ว ยังช่วยให้จิตใจและร่างกายของคุณตื่นตัวตลอดเวลา และสมองก็จะเปิดว่าง สามารถรับสารหรือข้อมูลได้ดี

เนื่องจากน้ำจะช่วยปรับสารเคมีที่สำคัญในสมองและระบบประสาท โดยเฉพาะเวลาที่รู้สึกเครียด ควรจิบน้ำเพื่อให้ร่างกายรับน้ำไปหล่อเลี้ยงระบบของร่างกาย

 

8.นวดจุดเชื่อมสมอง

วิธีนวดจุดเชื่อมสมองให้วางมือข้างหนึ่งไว้บนสะดือ มืออีกข้างหนึ่งใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้วางบนกระดูกหน้าอกบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า และค่อยๆ นวดทั้ง 2 ตำแหน่งประมาณ 10 นาที วิธีนี้จะช่วยลดความงงหรือสับสน กระตุ้นพลังงานและช่วยให้มีความคิดแจ่มใสได้

 

9.บริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่

การบริหารกล้ามเนื้อหัวไล่ให้มือซ้ายจับไหล่ขวา บีบกล้ามเนื้อให้แน่นพร้อมหายใจเข้า จากนั้นหายในออกและหันไปทางซ้ายจนสามารถมองไหล่ซ้ายของตัวเอง จากนั้นสูดลมหายใจลึกๆ วางแขนซ้ายลงบนไหล่ขวา พร้อมกับห่อไหล่ ค่อยๆ หันศีรษะกลับไปตรงกลางและเลยไปด้านขวา

จนกระทั่งสามารถมองข้ามไหล่ของคุณได้ ยืดไหล่ทั้ง 2 ข้างออก ก้มคางลงจรดหน้าอกพร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อของคุณได้ผ่อนคลาย เปลี่ยนมาใช้มือขวาจับไหล่ซ้ายบ้างและทำซ้ำกันข้างละ 2 ครั้ง

ซึ่งวิธีนี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อตรงส่วนลำคอและไหล่ เนื่องจากการได้ยิน การฟัง จะช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลานานได้

 

10.นวดใบหูกระตุ้นความเข้าใจ

วิธีนวดใบหูสามารถกระตุ้นความเข้าใจได้ โดยให้นั่งพักสบายๆ แตะปลายนิ้วทั้ง 2 ข้างที่ใบหู เคลื่อนนิ้วไปยังส่วนบนของหู จากนั้นบีบนวดและคลี่รอยพับของใบหูทั้ง 2 ข้างออก ค่อยๆ เคลื่อนนิ้วลงมานวดบริเวณอื่นๆ ของใบหู ดึงเบาๆ

เมื่อถึงติ่งหู ให้ดึงลง และทำซ้ำกัน 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการได้ยิน และทำให้ความเข้าใจดีขึ้น เพราะเส้นประสาทบริเวณใบหู เป็นอีกหนึ่งจุดที่เชื่อมโยงกับสมอง

 

11.บริหารขา

การบริหารขาช่วยปรับปรุงสมอง และสร้างสมาธิในการจดจำได้ง่ายขึ้น ซึ่งวิธีการบริหารขาให้เท้าชิดกัน ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง โดยยกส้นเท้าขึ้น งอเข่าขวาเล็กน้อยแล้วโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วให้สูดลมหายใจเข้าและค่อยๆ ผ่อนออก

ในขณะที่ปล่อยลมหายใจออกนี้ ค่อยๆ กดส้นเท้าซ้ายให้วางลงบนพื้นพร้อมกับงอเข่าขวาเพิ่มขึ้น หลังเหยียดตรง สูดลมหายใจเข้าแล้วกลับไปตั้งต้นใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนจากขาข้างซ้ายเป็นข้างขวา โดยออกกำลังในท่านี้ทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายมากที่สุด แล้วสมองก็จะพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ

 

12.กดจุดคลายเครียด

วิธีคลายความตึงเครียดและเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตเข้าสู่สมอง ช่วยให้สมองมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สร้างความทรงจำที่ดี แถมยังสร้างการรับรู้ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น เรามาคลายเครียดด้วยการกดจุด โดยใช้นิ้ว 2 นิ้ว กดลงบนหน้าผากทั้ง 2 ด้าน ประมาณกึ่งกลางระหว่างขนคิ้ว และตีนผม กดค้างไว้ประมาณ 3-10 นาที วิธีนี้จะช่วยได้ดีเลยทีเดียว

 

13.บริหารสมองด้วยการเขียน

การเขียนเส้นขยุกขยิกด้วยมือทั้ง 2 ข้าง พร้อมๆ กัน ลายเส้นที่เขียนอาจจะดูเพี้ยนๆ แต่ได้ผลดีต่อระบบสมองเป็นอย่างดี เพราะวิธีนี้จะช่วยให้เกิดการประสานงานของสมอง ด้วยการทำให้สมองทั้ง 2 ซีกทำงานพร้อมกัน และเพิ่มความชำนาญด้านการสะกดคำ พร้อมทั้งช่วยให้คำนวณดีและรวดเร็วขึ้นอีกด้วย

 

14.สร้างสรรค์ด้วยศิลปะ

การใช้ศิลปะเข้ามาช่วยบริหารสมอง จะช่วยฝึกในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ การใช้ทักษะในการคิด วิเคราะห์ และถ้าคุณได้ลองเรียนศิลปะก็จะรู้ว่า ศิลปะนั้นสนุกสนาน ท้าทาย และคุ้มค่า แถมยังทำให้คุณเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ไปพร้อมกับการบริหารสมองด้วยศิลปะอีกด้วย

 

15.ท่องคำศัพท์

การท่องคำศัพท์ หรือท่องประโยคต่างๆ เพื่อให้เกิดการจดจำที่ดี สามารถใช้ได้ผลมากเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่ความจำแย่ อาจเกิดความเครียดบ้างเมื่อจำคำศัพท์นั้นไม่ได้

ฉะนั้น ง่ายๆ ให้คุณเริ่มจากการอ่านข่าว ท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งพยายามหาความหมายด้วยตนเอง โดยงดตัวช่วยต่างๆ เช่น ดิกชินรี หรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งวิธีนี้ส่งผลดีทั้งด้านจิตใจและความคิดแน่นอน

 

16.วาดเป้าหมาย

วาดเป้าหมาย คือ การสร้างเป้าหมายที่อยากทำ และอยากเป็นในอนาคต ซึ่งการบริหารสมองวิธีนี้ เป็นเทคนิคที่จำเป็นต้องใช้จินตนาการ เพราะเมื่อสมองทำงาน มันจะเป็นแรงผลักดันให้คุณอยากทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จโดยเร็ว แต่ต้องเริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยสร้างเป้าหมายระยะยาว

 

17.คิดเลขเร็ว

สมัยนี้เครื่องมือการคำนวณเลขมีหลากหลาย จนเราทุกคนไม่ได้ใช้สมองคิดคำนวณเองเลย ฉะนั้น ถ้าคุณไม่อยากให้สมองล่าช้า เฉื่อยชา ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการบวก ลบ คูณ หาร แบบที่เคยเรียนมา เพราะนอกจากช่วยบริหารสมองแล้ว ยังช่วยให้คุณเก่งด้านการคำนวณอีกด้วย

 

18.ร้องเพลงสร้างความสุข

การร้องเพลงสร้างความบันเทิง และความสุขให้กับชีวิต ถือว่าเป็นการบริหารสมองได้ดีเลยทีเดียว เพราะช่วยกระตุ้นการพูด การคิด ปะปนไปกับความสุข ทำให้สมองมีการทำงานไปในทางที่ดี ส่งผลให้เกิดการจดจำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

 

19.เล่นเครื่องดนตรี

หลายๆ คนที่ชื่นชอบเล่นเครื่องดนตรี ซึ่งคุณรู้ไหมว่า การเล่นเครื่องดนตรีเหล่านี้ นอกจากสร้างความสุขให้กับกิจกรรมยามว่างแล้ว ยังช่วยพัฒนาสมองไม่ให้หยุดนิ่ง มีการพัฒนาที่ดีต่อเนื่อง เพราะการทำในสิ่งที่ตัวเองรักอะไรก็ดีไปหมด แม้กระทั่งสมองของตัวเอง

20.เล่นเกมส์

วิธีบริหารสมองข้อสุดท้ายนี้ก็คือ การเล่นเกมส์ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์เศรษฐี ทายปัญหา ตอบคำถาม หรือหมากฮอต สามารถบริหารสมองและความคิดได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเกมส์ที่คุณต้องเล่นเพื่อเอาชนะคู่แข่ง พร้อมคิดหาแผน และแก้ไขปัญหาให้ชนะคู่ต่อสู้ เพียงเท่านี้ ก็ถือว่าเป็นการฝึกสมองที่ได้ผลดีมากเลยทีเดียว

เคล็ดลับโค้ชฝากบอก ดูเคล็ดลับทั้งหมด »