20 วิธีสุดยอดการลงทุนที่ได้เงินล้าน
การลงทุน หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์

จำนวนเข้าชม 3571 ครั้ง

20 วิธีสุดยอดการลงทุนที่ได้เงินล้าน

Sponsored
เทคนิคทวงหนี้...จากลูกหนี้การค้าบริษัท (Debt Collection Techniques for Company)

         ในปัจจุบันการทำธุรกิจระหว่างบริษัทแห่งหนึ่ง กับบริษัท...

ดูรายละเอียด
เทคนิค SPIN Selling เพื่อปิดการขาย (SPIN Selling Technique to Close the Sales)

         ในปัจจุบันการขายสินค้าและบริการส่วนมากนิยมการใช้วิธีขายแบบ Product push หรือ เ...

ดูรายละเอียด

ฮาโหล…หวัดดีครับ ฮะเก๋ามาอีกแล้วววววว แต่เอ๊ะ!! มีใครคิดถึงฮะเก๋ามั้ยน้า ฮ่า ๆ

อะแฮ่ม…วันนี้ฮะเก๋าไม่ได้มาทักทายทุกคนมือเปล่านะ แต่กลับมาเอาใจทุกคนด้วยการทำข้อมูลดีดีมาฝาก ที่เรียกได้ว่า ลงทุนหลักร้อยได้เงินหลักพัน ลงทุนหลักพันได้เงินหลักหมื่น ลงทุนหลักหมื่นได้เงินหลักล้าน และไม่ว่าจะลงทุนหลักอะไรก็ได้เงินล้านง่าย ๆ #แหล่มลอยยยยยย

ฮะเก๋าไม่ได้โม้นะ ฮะเก๋าพูดจริง แต่มีข้อแม้สำหรับคนที่อยากได้เงินหลักล้าน ต้องทำตามในสิ่งที่ฮะเก๋าบอกทุกข้อ เพราะบทความต่อไปนี้จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับ “สุดยอดการลงทุนที่ได้เงินล้าน” ที่ไม่ว่าคุณจะลงทุนทำธุรกิจอะไรก็สามารถมีเงินล้านไปครองได้เลยยยยยย

ดังนั้น อย่ารอช้า มาศึกษาหาความรู้ พร้อมนำไปปฏิบัติตาม และวางแผนที่ดีไปด้วยก็จะดี เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาด หรือเกิดความล้มเหลวในชีวิต…

#รอไรล่ะอ่านเลย

#อ่านเสร็จแล้วแชร์วนไป

#วนไปให้ได้ล้าน

 

1.วางแผนความเป็นไปได้ในธุรกิจระยะยาว

ก้าวแรกของการลงทุน คือ การวางแผนการลงทุนในปัจจุบันไปจนถึงอนาคต แต่ถ้าคุณคิดเองเออเองว่า “สิ่งที่ฉันจะทำเนี่ยมันต้องไปได้สวยแน่นอน” #แล้วคนอื่นคิดอย่าเดียวกับคุณหรือเปล่า? เพราะในทางกลับกัน ถ้าคุณมั่นใจตัวเองมากเกินไป จนหลงลืมความต้องการของคนอื่น มีสิทธิ์ล้มละลายเลยทีเดียว ซึ่งสำคัญสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจ คือ วางแผนในระยะสั้น 1-2 ปี และเตรียมวางแผนต่อจาก 2 ปีแรก เป็น 4-5 ปี และเตรียมวางแผนไปเรื่อย ๆ เป็นการวางแผนในระยะยาวแบบดูชั้นเชิงด้วยการมองการไกลไว้ล่วงหน้า แต่ถ้าแผนที่คุณวางไว้ไม่เวิร์ค ก็หาแผนสำรองไว้ด้วยนะ

 

 

2.หาตลาดรองรับสินค้า ตลาดสำรอง ตลาดหลัก

จะลงทุนธุรกิจทั้งที แต่ไม่มีตลาดรองรับ ตลาดสำรอง ตลาดหลัก ก็เจ๋งไม่เป็นท่าซิครับ!! ดังนั้น การมองหาตลาดเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเลยทีเดียว #ไม่ใช่แค่หาตลาดและดูดูไว้อย่างเดียวนะ ต้องเข้าไปติดต่อกับเจ้าของตลาดนั้น ๆ ด้วย เป็นการสร้างความสัมพันธ์ แบบกระชับมิตร เพราะวันข้างหน้าคุณกับเขาต้องพึ่งพาอาศัยกัน

 

3.อ่านประสบการณ์ความสำเร็จนักธุรกิจพันล้าน

อะแฮ่ม!! ความมุ่งมั่น ความพยายาม ความอดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหา และความรู้ เป็นคุณสมบัติของบุคคลที่จะประสบความสำเร็จ แต่หารู้ไม่ว่า การอ่านประสบการณ์นักธุรกิจพันล้าน ที่มีชื่อเสียงก็ถือเป็นการสร้างความรู้ และสร้างประสบการณ์อย่างหนึ่งให้ตนเองได้นะ เพราะคุณจะได้รู้ว่า กว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จมาได้ถึงทุกวันนี้ เขาผ่านอะไรมาบ้าง สร้างเป็นข้อเตือนใจให้กับตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และรู้จักวิธีการรับมือกับความเสี่ยงเหล่านั้นให้ได้ รีบไปหาหนังสือความสำเร็จของนักธุรกิจ หรือนักลงทุนของหลาย ๆ ท่านมาอ่านก่อนลงมือทำด้วยนะ

 

4.สร้างประสบการณ์ ลองผิด ลองถูก

มีความรู้ระดับดอกเตอร์ หรือซุปเปอร์ดอกเตอร์ ก็ยังพ่ายแพ้แก่ผู้ที่มีประสบการณ์ ฉะนั้นแล้ว การลองผิด ลองถูกด้วยตนเอง ถือเป็นการสร้างประสบการณ์อันล้ำค่าที่สุดในชีวิต ถึงแม้สิ่งที่คุณทำลงไปจะยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็อย่าพึ่งหมดหวัง เสียกำลังใจไป เพราะสิ่งที่คุณทำไปทั้งหมด เป็นเพียงออร์เดิร์ฟก้าวแรกเท่านั้น ลุกขึ้นสู้ซิครับ ความสำเร็จได้มาไม่ยากหรอก ถ้าคุณมีความตั้งใจจริง

 

5.สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

ข้อนี้ก็สำคัญเป็นอย่างยิ่งยวด เพราะถ้าคุณไม่สร้างไมตรีกับลูกค้า แล้วคุณจะขายสินค้าให้กับใครเล่า ดังนั้น วิธีการสร้างความสัมพันธ์ ต้องเข้าถึงลูกค้าให้เป็น ด้วยการเอาใจซื้อใจ นำสินค้าไปให้ทดลองใช้ฟรี ชิมฟรี สร้างความสนุกสนานระหว่าตัวคุณกับลูกค้า เพราะเมื่อใดที่ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเองกับคุณ เขาก็จะยอมรับสินค้าของคุณเอง เช่น เห้ย!นี่ ๆ ขนมเจ้านี้ฉันรู้จัก เจ้าของเป้นกันเอง แถมรสชาติก็ดีด้วย มาอุดหนุนกันดีกว่า เห็นไหมล่ะ นอกจากเขาจะซื้อสินค้าคุณแล้วยังบอกปากต่อปากให้คุณได้อีกด้วย

 

 

6.วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า

สินค้าคุณจะดีแค่ไหน แต่ไม่ตรงตามความตองการของลูกค้า ก็ไร้ประโยชน์ ซึ่งมีทางออกทางเดียวที่จะรู้ใจลูกค้าได้ก็คือ การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ว่าสิ่งที่เขาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นคืออะไร? และสินค้าอะไรที่เขานิยมใช้มากที่สุด? แต่ถ้าคุณพูดว่า “สินค้าของฉันเนี่ยแหละแปลกใหม่ มีคุณภาพ ต้องเป็นที่ยอมรับอย่างแน่นอน”… “ก็ถูกอย่างที่คุณคิดนะ” แต่ลองมาคิดอีกทีซิว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้เข้าใจในสินค้าอันแปลกใหม่ของคุณ #ถ้าเขาไม่เข้าใจจะดีแค่ไหนจบล่ะซิ ดังนั้น วิเคราะห์เสร็จ ทำการตลาดให้ดีด้วยล่ะ

 

7.วิเคราะห์ตลาด

ก่อนลงทุนอะไรก็ตาม การวิเคราะห์ตลาดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะ การวิเคราะห์ตลาดจะทำให้นักลงทุนทุกคนรู้ว่า กลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของคุณคือใคร? เขาต้องการอะไร? คู่แข่งของคุณคือใคร? ราคาตามท้องตลาดอยู่ที่ประมาณเท่าไร? ตลอดจนคุณจะได้รู้ว่า ต่อไปถ้าจะทำการตลาดควรทำอย่างไรเพื่อให้ตรงใจกลุ่มลูกค้า และความต้องการของตลาดมากที่สุด ซึ่งการวิเคราะห์ตลาดคุณสามารถทำได้ด้วยการลงไปประเมินตลาด และกลุ่มลูกค้าด้วยตนเอง ทำแบบสอบถาม หรือนำสินค้าไปทดลองใช้กับลูกค้า เป็นต้น แล้ววิเคราะห์ผลการตอบรับนั้นออกมา

 

8.วิเคราะห์คู่แข่ง

สมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร ก็มีคู่แข่งเยอะแยะไปหมด นอกเสียจากเป็นสินค้าที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร และไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ แต่ก็นั่นแหละ คนเก่ง คนพยายามบนโลกนี้มีเยอะไม่ช้าหรือเร็วก็สามารถลอกเลียนแบบสินค้าคุณได้อยู่ดี… อ๊ะ!! แต่คุณไม่ต้องกลัว เพราะการก้าวนำคู่แข่งที่มาทีหลังไปมากกว่า 1-2 ก้าว เป็นสิ่งที่ดีงามพระรามแปด ฉะนั้น การวิเคราะห์คู่แข่งนั้นสำคัญสุด หากลงทุนไปปุ๊บ ทำการตลาดไปปุ๊บ โดยที่ไม่รู้ว่าคู่แข่งคือใคร แล้วคู่แข่งคุณยืนจ้องอยู่ข้าง ๆ คุณกลายเป็นลูกกระจ๊อกแน่นอน โดนยำเละขาดทุนชัวร์

 

9.วิเคราะห์แนวโน้มปัจุบัน-อนาคต

จะลงทุนให้ได้เงินล้านทั้งที อย่าทำในสิ่งที่ใช่ และสิ่งที่ชอบ โดยที่ไม่วิเคราะห์แนวโน้มความเป็นไปได้ทั้งในปัจจุบัน-อนาคต เพราะการลงทุนอะไรสักอย่าง ต้องดูกลุ่มเป้าหมายด้วยว่า เขาชอบในสิ่งที่คุณกำลังจะทำไหม? ไม่ใช่ว่าคุณชอบแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น มาวิเคราะห์แนวโน้มที่แท้จริงกันก่อนดีกว่าว่า สิ่งที่คุณจะทำไปนั้นผลลัพท์ที่จะออกมาคาดว่าเป็นไปอย่างไร และ ขั้นตอนต่อไป ค่อยวางแผนการตลาด เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนั้นให้มากที่สุด

 

10.สร้างแผนหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต

นอกจากทำปัจจุบันให้ดีแล้ว ต้องวางแผนไว้สำหรับอนาคตด้วย เช่น ในอีก 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจของเราต้องเดินไปทางนี้ เพื่อทำยอดขายให้เพิ่มขึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดผลกระทบต่อธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาตามท้องตลาดแปรปรวน ฯลฯ ซึ่งการวางแผนเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาเหล่านี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่!!ถ้าคุณตอบว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น” ก็ให้ตั้งสมมุติฐานแทน และทำแผนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทุกคนที่ลงทุนอะไรไปย่อมรู้ตัวดีว่า ธุรกิจของตัวเองเป็นอย่างไร ต้องเจออะไรบ้าง ให้นำสิ่งเหล่านี้มาวิเคราะห์รองรับสำหรับอนาคตนะ

 

11.ประเมินคู่แข่งตลอดเวลา

วันนี้ธุรกิจที่ฉันลงทุนก้าวนำคู่แข่งมาแล้วววววว … #ภูมิใจ แต่อย่าเพิ่งประมาท!! เพราะคุณนำคู่แข่งมาได้ คู่แข่งก็สามารถนำคุณได้เช่นกัน ดังนั้น มาประเมินประสิทธิภาพของคู่แข่งกันเถอะ #แต่ไม่ใช่ตามติดคู่แข่งทุกวินาทีจนไม่เป็นอันกินอันนอนนะ ให้ประเมินความเคลื่อนไหวของเขาว่า ต่อไปเขาจะทำการตลาดอย่างไร แล้วทำไมลูกค้าสนใจเขาเยอะ เขาใช้วิธีอะไรกันนะ บลา ๆ ตั้งคำถามให้เยอะ ๆ แล้วสืบหาคำตอบ เพื่อเอามาพัฒนาธุรกิจตัวเองให้ก้าวล้ำคู่แข่งไปหลาย ๆ ก้าว  เขาจะได้ตามคุณไม่ทันไงล่ะ

 

12.ก้าวไปข้างหน้าให้มากกว่า 1 ก้าว

ในมุมมองของการลงทุนทำธุรกิจ การก้าวไปข้างหน้าให้มากกว่า 1 ก้าว คือการเอาชนะแบบใส ๆ เช่น คุณทำธุรกิจเครื่องสำอาง คู่แข่งก็ทำธุรกิจเครื่องสำอางเช่นกัน แต่คุณต้องทำสินค้าให้โดดเด่น การตลาดต้องดีกว่า ลูกค้าต้องจดจำคุณได้มากกว่า นี่คือวิธีการก้าวไปข้างหน้าที่มากกว่า 1 ก้าว ถ้าเปรียบกับการเล่นเกมส์ คุณก็คือผู้ชนะ แต่!!อย่าประมาทไปอีกละ(เหมือนอย่างข้อ 11 ที่ผ่านมา) ฉะนั้น ก้าวนำคู่แข่งไปเลย 10 ก้าว #Fighting

 

13.ทำตลาดแปลกใหม่ให้เกิดการจดจำ

ไม่ใช่ทำการตลาดแบบผาดโผน หรือสร้างความระทึกขวัญจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งนะ แต่!! ให้ทำการตลาดแบบสร้างการจดจำในด้านความสนุกสนาน ความบันเทิง และสอดคล้องกับธุรกิจที่คุณทำด้วย เช่น คุณลงทุนทำธุรกิจเครื่องสำอาง ตบแล้ววิ้ง ซึ่งจุดเด่นอยู่ตรงที่ว่า ใช้แล้วผิวขาว เนียน ไม่หลุดลอกติดทนนานตลอดทั้งวัน ก็ให้คุณทำการตลาดด้วยการเล่นเกมส์ด้านความงาม อย่าง โพสต์ท่าการใช้เครื่องสำอางตบแล้ววิ้งมาประชัดความงาม โดย 3 รายชื่อแรกที่โหวตให้คะแนนมากที่สุดคือผู้ชนะ พร้อมรับรางวัลไปเลย เป็นต้น พยายามเข้าถึงลูกค้า และทำการติดต่อเรื่อย ๆ เพื่อให้เขาจดจำคุณมากที่สุด

 

14.สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง

สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ก็เหมือนการสร้างการจดจำที่ดีต่อลูกค้า เช่น มีแต่คนพูดถึงแบรนด์ของคุณในทางที่ดี เลือกซื้อสินค้าของคุณจำนวนมาก เกิดการบอกปากต่อปากขนาดกว้าง เป็นต้น แต่จะทำให้ได้อย่างนี้ต้องใช้เรื่องของการทำตลาดเข้ามาช่วย พร้อมสอดแทรกความทรงจำที่ดีต่อแบรนด์ของคุณเข้าไป แต่ต้องเป็นการจดจำแบรนด์ในทางที่ดีนะ ไม่ใช่ในทางที่เสื่อมเสีย ไม่งั้นคุณจมดินแน่นอน

 

15.ลงทุนในต่างประเทศ

การลงทุนในต่างประเทศ คือ การนำสินค้าเข้าไปขายยังประเทศที่คุณต้องการ แต่ก่อนอื่นต้องศึกษาในประเทศนั้น ๆ ก่อนว่า พื้นฐานความเป็นอยู่ของเขาเป็นอย่างไร? วัฒนธรรมของเขาเป็นอย่างไร? สังคมที่เขาอยู่นั้นเป็นอย่างไร? แล้วในชีวิตประจำวันของใช้หรือทานอะไรมากที่สุด? ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรู้ว่า สินค้าที่คุณจะนำไปขายยังประเทศของเขาผลตอบรับจะเป็นอย่างไร ถ้าเลือกประเทศที่มีความต้องการสินค้าของคุณก็รอดไป แต่ถ้าเลือกผิด ชีวิตจบสิ้นแน่นอน

 

16.หาชาแนลใหม่ ๆ ตลอดเวลา

การหาชาแนลใหม่ ๆ คือ การหาช่องทาง ทางเลือกใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เช่น เดิมคุณลงทุนขายสินค้าเครื่องสำอางโดยผ่านตัวแทนจำหน่าย และสื่อออนไลน์ แต่การหาชาแนลใหม่ ๆ นี้เป็นการเพิ่มช่องทางค้าขาย ตัวอย่างเช่น นำสินค้าไปขายผ่านร้านค้า หรือขายผ่านห้างสรรพสินค้าเพิ่มมากกว่าการขายแบบเดิม ๆ เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าหลาย ๆรูปแบบ เผื่อผลการตอบรับของคุณอาจดีขึ้นมาก็ได้

 

17.ปลุกกระแสความต้องการของลูกค้าต่อเนื่อง

เปิดตัวสินค้าปัง!! โด่งดังชั่วข้ามคืน แล้วก็เงียบหายไป #ล้มละลายแน่ แต่ถ้าไม่อยากเจอปัญหาแบบนี้ มาขยันปลุกกระแสความต้องการให้ต่อเนื่องกันเถอะ ตัวอย่างเช่น คุณเปิดตัวสินค้าครั้งแรกจนโด่งดังเป็นที่รู้จัก เพียงไม่กี่เดือนลูกค้าเริ่มลดลง แต่ทางที่ดีควรทำให้สินค้าคุณดังต่อเนื่อง ด้วยการทำการตลาด สร้างกิจกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดกระแสความต้องการเรื่อย ๆ เพราะวิธีนี้จะทำให้สิ่งที่คุณลงทุนไปทั้งหมดได้เงินล้านโดยใช้เวลาไม่กี่ปีเท่านั้น

 

18.ไม่ปรับลดขนาดของสินค้า หรือเพิ่มราคาสินค้า

มีหลายธุรกิจที่ขี้โกง ชอบปรับลดขนาดสินค้าให้เล็กลง พร้อมเพิ่มราคาให้แพงขึ้น แต่หารู้ไม่ว่า วิธีนี้เป็นการฆ่าตัวตายชัด ๆ ถืออย่างไรก็ตาม แม้คุณจะเจอปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าแรงเพิ่มขึ้น วัตถุดิบราคาเพิ่มขึ้นราคา ก็ไม่ควรที่จะปรับลดขนาดของสินค้า และเพิ่มราคาขาย แต่ให้คุณสร้างทางเลือกใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนวัตถุดิบที่ใกล้เคียงกัน แปลงโฉมสินค้าใหม่ พยายามสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นดีกว่าเสียลูกค้าไปนะ คิดดีดีก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป

 

19.รักษาคุณภาพ มาตรฐานสินค้าคงที่

สินค้ามีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ก็ควรที่จะรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ให้ดี เพราะมีหลายนักลงทุนที่พยายามพัฒนาสินค้าของตนเอง จนทำให้สินค้าที่มีคุณภาพดีอยู่แล้วเปลี่ยนไป เพียงเพราะคุณคิดว่าดีเท่านั้น โดยคำกล่าวที่ว่า “ธุรกิจจะอยู่ได้ต้องมีลูกค้า และมีผู้ซื้อ” อีกทั้ง ถ้าลูกค้าหลายคนติดใจในรูปแบบสินค้าเดิม ๆ ที่คุณมี แต่คุณกลับทำขัดขวางความต้องการนั้นไป ก็จบซิครับ

 

20.แตกไลน์สินค้าใหม่ ๆ ภายใต้แบรนด์เดิม

แตกไลน์สินค้าใหม่ ๆ คือการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ โฉมใหม่ อยู่ภายใต้แบรนด์เดิม เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น ซึ่งวิธีนี้ หลาย ๆ ธุรกิจทำมาเยอะล่ะ และก็ประสบความสำเร็จมาเยอะล่ะ ตัวอย่างที่เห็นแบบชัดเจนคือ นมโฟโมสที่เริ่มจากนมจืด พัฒนาเป็นนมรสช็อคโกแล็ก และแตกไลน์เป็นนมอัดเม็ด เพื่อเพิ่มความต้องการของลูกค้าหลาย ๆ รูปแบบ แต่ก่อนที่จะแตกไลน์ต้องดูแนวโน้มความเป็นไปได้ก่อนนะว่าลูกค้าจะมีความต้องการมากน้อยแค่ไหน

เคล็ดลับโค้ชฝากบอก ดูเคล็ดลับทั้งหมด »