หลักสูตร ! Strategic Coaching for High Performance: การโค้ชเชิงกลยุทธ์เพื่อการขับเคลื่อนผลงานประสิทธิภาพสูง หลักสูตร 2 วัน

รหัสหลักสูตร: 69241

จำนวนคนดู 14 ครั้ง
Strategic Coaching for High Performance: การโค้ชเชิงกลยุทธ์เพื่อการขับเคลื่อนผลงานประสิทธิภาพสูง
รอบที่

-

ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้

ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่

หลักการและเหตุผล

      ในฐานะหัวหน้า ผู้จัดการ และผู้บริหาร นอกเหนือจากการดูแลและรับผิดชอบในผลงานของตนเองแล้ว ยังต้องแสดงภาวะผู้นำในการดูแลและพัฒนาทีมงานให้พัฒนาตนเองและสร้างผลงานให้กับองค์กรได้ด้วย ด้วยความรับผิดชอบและความห่วงใย จึงมีหลายครั้งที่ทั้งหัวหน้าและผู้จัดการมองเห็นปัญหาของทีมงานได้เร็ว และต้องรีบทำหน้าที่คอยช่วยเหลือและหาทางแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไป ซึ่งในระยะยาวส่งผลให้ทีมงานต้องพึ่งพิงการดูแลจากหัวหน้า หรือถึงขั้นต้องให้หัวหน้าลงมือช่วย จนทำให้หัวหน้าเองเสียเวลาไปกับทีมจนไม่มีเวลาพัฒนางานและศักยภาพของตนเอง 

      การให้คำแนะนำทีมงานโดยการบอกวิธีการของเราออกไปเป็นวิธีการที่เร็ว และคาดหวังผลลัพธ์ได้ค่อนข้างชัดเจน แต่อาจขัดขวางต่อกระบวนการเรียนรู้ของทีมงานได้ เพราะทีมงานไม่ได้ใช้ศักยภาพของตนเองในการคิดและหาทางสู่เป้าหมายด้วยตนเอง อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการตัดสินใจ ไม่มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบผลลัพธ์ หรือแม้กระทั่งสร้างความขัดแย้งได้ อันเนื่องมาจากประสบการณ์ ความเชื่อ ความคิด ของแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกัน การนำวิธีการที่ดีของเราไปให้คนอื่นๆ ใช้ทุกๆ ครั้ง เขาก็จะไม่สามารถคิดวิธีการของตนเอง หรืออาจจะใช้วิธีการของเราได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าเราก็เป็นได้ 

      ผู้นำในฐานะโค้ช จึงเห็นศักยภาพของตัวเองและทีมงาน และมองพฤติกรรมที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงหลุมพรางที่ทีมงานติดอยู่ ผู้นำในฐานะโค้ชจึงสามารถใช้กระบวนการโค้ชทำหน้าที่ส่องกระจกให้ทีมงานมองเห็นศักยภาพในตนเองที่มากขึ้น เพื่อก้าวข้ามความเชื่อที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของเขา สามารถคิดหาวิธีการที่จะไปสู่เป้าหมายที่ต้องการด้วยตัวเขาเอง และสร้างการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบการตัดสินใจ 

      การใช้การโค้ชด้วยการใช้หลักการของสมองและจิตวิทยาเชิงบวกในการบริหารทีมงาน จะช่วยให้ทีมงานใช้ศักยภาพของตนเองได้มากขึ้น มีการเรียนรู้และพัฒนาได้เร็วเพราะสามารถคิดเพื่อสร้างแนวทางใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง และมีทัศนคติเชิงบวกและความสุขต่อการทำงาน เพราะได้ใช้สิ่งที่เป็นคุณค่าของตนเองในการทำงาน ได้พัฒนาต่อยอดศักยภาพของตนเองให้มากขึ้น และยังใช้สิ่งที่ตัวเองมีเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ อีกด้วย

วัตถุประสงค์

      1.       เพื่อการสร้างแนวทางการพัฒนาตัวเองให้กับผู้จัดการ/หัวหน้างานในเรื่องทักษะการโค้ชต่อการบริหารทีมงาน และกระตุ้นจูงใจให้ทีมงานทำงานอย่างมีประสิทธิผล

      2.       เพื่อให้การพัฒนาเกิดความต่อเนื่องด้านการโค้ช และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของหัวหน้างานได้อย่างแท้จริง จนกลายเป็นธรรมชาติเป็นที่ยอมรับของลูกน้อง

      3.       เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการนำทักษะการโค้ชในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนากรอบความคิด ทักษะการฟังเชิงลึก ทักษะการตั้งคำถามที่ทรงพลัง ทักษะการตั้งเป้าหมาย ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและบริหารผลงานตาม Style ของตัวเอง

      4.       เพื่อสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้นในองค์กร (Creating Coaching Culture) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

หัวข้ออบรมสัมมนา
วันที่ 1

Principle of Coaching: หลักการ ความสำคัญ กรอบความคิด องค์ประกอบ และกระบวนการโค้ช

ช่วงที่ 1 หลักการและความสำคัญของผู้นำในฐานะโค้ช และองค์ประกอบของการโค้ช

      •       กิจกรรมกลุ่ม : ดูคลิปวิดีโอ และคุยกันในประเด็นการโค้ชตามความเข้าใจ (การโค้ชคืออะไร? ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่? ผู้นำกับการโค้ชเกี่ยวข้องกันอย่างไร?)   

      •       เล่าเรื่องการโค้ช ความเป็นมา ความหมายระดับนานาชาติและความหมายที่เหมาะสมในมุมมองการทำงานเชิงองค์กร

      •       ทำไมถึงต้องพัฒนาด้วยวิธีการโค้ช

      •       ทบทวนความแตกต่างของการพัฒนาทีมงานในแต่ละบทบาท (TAPS Model)

            o       Teaching เพื่อสอนให้ทีมงานเข้าใจได้ง่ายและเกิดการจดจำอย่างเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ

            o       Training เพื่อให้ทีมงานสามารถปฏิบัติตามวิธีการจนกลายเป็นทักษะความเชี่ยวชาญ

            o       Coaching เพื่อกระตุ้นให้ทีมงานอยากเปลี่ยนแปลงตนเองและดึงศักยภาพออกมาใช้

            o       Counseling เพื่อเยียวยาจิตใจในสภาวะกดดัน–หมดไฟ–ใจท้อ–ไม่กระตือรือร้น–ไม่อยากทำงาน

            o       Consulting เพื่อแนะนำทางเลือกในการแก้ปัญหาในการทำงานให้กับทีมงาน

            o       Mentoring เพื่อแนะนำวัฒนธรรมองค์กร การปรับตัวเข้ากับองค์กร หรือตำแหน่งที่ดำรงอยู่

      •       Workshop : วิเคราะห์ลูกทีมเพื่อเลือกใช้วิธีการพัฒนาให้เหมาะสมกับบทบาทของผู้นำ

Coaching Process เรียนรู้และเข้าใจกระบวนการโค้ชเพื่อการพัฒนาศักยภาพทีมงาน

ช่วงที่ 2 การสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ Rapport & Trust

      •       การทําให้โค้ชชี่ผ่อนคลาย (Relax)

      •       การทําให้โค้ชชี่ไว้วางใจ (Trust)

      •       การทําให้โค้ชชี่รู้สึกมั่นใจว่าได้รับความเข้าใจ (Empathy)

      •       การทําให้เกิดสอดคล้องกับโค้ชชี่และสร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน (Matching & Mirroring)

      •       การรับฟังเรื่องราวของโค้ชชี่อย่างตั้งใจ (Active Listening)

      •       การจับประเด็นที่สำคัญที่โค้ชชี่เล่าได้ (Clarify)

ช่วงที่ 3 ฝึกการใช้คำถามและเครื่องมือในการโค้ชเพื่อการกระตุ้นศักยภาพในการขับเคลื่อนผลงาน

      •       Positive Directional : การใช้คำถามไปในทิศทางบวกเสมอ

      •       Awareness : การใช้คำถามให้โค้ชชี่ มองเห็น ยอมรับ รับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงที่กำลังเผชิญด้วยตนเอง 

      •       Reflection : การใช้คำถาม ช่วยให้โค้ชชี่ได้ไตร่ตรอง และสร้างความกระจ่างชัดในเป้าหมาย ความต้องการที่แท้จริง ทรัพยากร ศักยภาพ คุณค่า และความเป็นตัวตน 

      •       illumination & Solution : การใช้คำถาม ที่ช่วยจุดประกายและตุ้นให้ โค้ชชี่เกิดการเรียนรู้ และได้เเนวทางใหม่ๆ

      •       Motivation & Change focus : การใช้คำถามสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงและมุ่งสู่การลงมือทำเพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่

วันที่ 2

ช่วงที่ 4 เรียนรู้กระบวนการ การฟังเชิงลึก Emphatic Listening

      •       การฟัง : ฟังแบบในใจ แสดงให้โค้ชชี่เห็นว่าพร้อมรับฟัง สบตา เอียงตัวไปทางผู้พูด สนใจเพียงผู้พูด และหยุดทำกิจกรรมอื่น

      •       การถาม : ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อส่งเสริมให้โค้ชชี่แบ่งปันเรื่องราวมากขึ้น พยักหน้า ยิ้ม ตอบคำถาม ใช้น้ำเสียงเชิงบวก ฟังด้วยความสนใจใคร่รู้ 

      •       การทวน : แสดงความให้โค้ชชี่เห็นว่าโค้ชกำลังฟัง โดยการตรวจสอบความเข้าใจจากสิ่งที่เขาพูดหรือบริบทที่เขาเล่าเป็นระยะ ผ่าน “การทวนถาม” (ไม่เพิ่มหรือตัดข้อมูลสำคัญ) พร้อมทั้งไม่แสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย 

      •       การสะท้อน : ลงลึกเพื่อจับความรู้สึก มุมมอง ความคาดหวัง และความต้องการที่แท้จริง พร้อมทั้งสะท้อนให้โค้ชชี่ได้รับรู้ว่าโค้ชกำลังเข้าใจผ่านการทวนถาม 

      •       การเงียบ : ให้โค้ชชี่เป็นเจ้าของบทสนทนา ให้เวลาเขาคิด และพูดออกมา โดยไม่พูดแทรก เกทับ หรือเปรียบเทียบ พยายามเข้าใจสิ่งที่อยู่ภายในใจของโค้ชชี่

      •       Case Study : ฝึกการฟังเชิงลึกจากกรณีศึกษาสถานการณ์ต่างๆ และร่วมกันวิเคราะห์

ช่วงที่ 5 ฝึกการพาโค้ชชี่กำหนดเป้าหมาย Goal Setting

      •       สามารถพาโค้ชชี่ตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและมีความสำคัญ (Specific)

      •       ช่วยให้โค้ชชี่ตั้งเป้าหมายที่มีหน่วยวัดความสำเร็จและความคืบหน้าได้ชัดเจน (Measurable)

      •       ช่วยให้โค้ชชี่กล้ากำหนดเป้าหมายที่ท้าทายและเชื่อว่าตนเองสามารถทำได้ (Achievable)

      •       ช่วยให้โค้ชชี่กำหนดเป้าหมายที่มีความสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตหรือการทำงานปกติ (Relevant)

      •       ช่วยให้โค้ชชี่สามารถกำหนดเวลาที่จะเริ่มต้นและดำเนินการให้สำเร็จ (Time Bond)

ช่วงที่ 6 การฝึกโค้ชจริงทั้ง Process ตาม GROW Model

      •       สามารถให้ข้อมูลกฎ-กติกาของการโค้ชให้โค้ชชี่ทราบและเข้าใจ (Ground Rule)

      •       สามารถประเมินความเป็นตัวตนของโค้ชชี่ได้ (Know Who!)

      •       สามารถสร้างความไว้วางใจร่วมกันกับโค้ชชี่ได้ (Build Rapport)

      •       สามารถพาโค้ชชี่กำหนดเป้าหมายการโค้ชได้อย่างชัดเจน (Goal Setting)

      •       สามารถดำเนินการโค้ชตาม GROW Model ได้ครบทั้งกระบวนการ 

      •       สามารถพาโค้ชชี่สร้างการยืนยันที่สื่อถึงการลงมือทำได้อย่างชัดเจน (New Action Commitment)

      •       สามารถสร้างแนวทางการติดตามผลการปฏิบัติของการโค้ชร่วมกับโค้ชชี่ได้ (Follow Up)

      •       The GROW Coaching Model

            o       G : Goal สามารถพาโค้ชชี่ค้นพบความต้องการที่ชัดเจน มีคุณค่า และเป็นประโยชน์ ส่งผลให้โค้ชชี่มีความพร้อมที่จะตั้งใจหาวิธีการไปสู่เป้าหมายด้วยใจที่มุ่งมั่น 

            o       R : Reality สามารถพาโค้ชชี่สำรวจความเป็นจริงใจปัจจุบันของตนเอง เพื่อให้โค้ชชี่มองเห็นศักยภาพของตนเองในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้ในการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ 

            o       O : Option สามารถทำให้โค้ชชี่มองเห็นทางเลือกและวิธีการใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น และมีความพร้อมในการลงมือปฏิบัติ สู่การบรรลุป้าหมาย 

            o       W : Way Forward สามารถทำให้โค้ชชี่ตัดสินใจเลือกวิธีการ ที่อยู่บนพื้นฐานของศักยภาพ และวิธีการที่เหมาะสมสำหรับตนเอง และเกิดความเต็มใจที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่เป้าหมาย

      •       Case Study : ฝึกวางแผนการโค้ชจากกรณีศึกษาจริง

      •       After Action Review (AAR)

            o       AAR สะท้อนและตกผลึกการเรียนรู้จากตนเองและผู้อื่น เพื่อการนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม

            o       Feeling ความรู้สึกและมุมมองใหม่ๆที่เกิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรม

            o       Learning สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกระบวนการและจากความรู้สึก มุมมอง ที่เกิดขึ้นภายในตนเอง

            o       Acting เป้าหมายและวิธีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในการพัฒนาตนเองและพัฒนางานให้เติบโตอย่างยั่งยืน  

วิทยากร
คุณสมบัติผู้เข้าฟัง/กลุ่มเป้าหมาย
  ระดับผู้ช่วยผู้จัดการขึ้นไป
ภาษาในการบรรยาย
ไทย
ประกาศนียบัตร

สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อย่าลืมบอกผู้จัดงานว่าเห็นประกาศจากเวป "สัมมนาดีดี" นะคะ
ชื่อหน่วยงาน/บริษัท:SeminarDD Academy
ชื่อผู้ประสานงาน:ผู้จัดงาน
เบอร์โทรศัพท์ :097-474-6644

หากท่านต้องการสมัคร Strategic Coaching for High Performance: การโค้ชเชิงกลยุทธ์เพื่อการขับเคลื่อนผลงานประสิทธิภาพสูง
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้


ค่าฝึกอบรมสามารถหักค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ 200%
ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd

หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

คำค้นประกาศนี้ Tags: Strategic Coaching for High Performance, Coaching

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด