หลักสูตร การวางแผนการใช้เงินและการออมอย่างเป็นระบบสำหรับพนักงาน (Practical Money Planning & Saving for Employees) หลักสูตร 1 วัน
รหัสหลักสูตร: 69290
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
การจัดการเงินของคนทำงานไม่ได้ยากเพราะไม่มีความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ยากเพราะรายได้และรายจ่ายเกิดขึ้นในชีวิตจริงทุกวัน ทั้งค่าใช้จ่ายประจำ ภาระครอบครัว ค่างวด รายจ่ายเล็ก ๆ ที่สะสม รวมถึงรายได้จากค่าล่วงเวลาที่อาจไม่เท่ากันในแต่ละเดือน หากไม่มีแผนที่ชัดเจน เงินจึงอาจหมดก่อนถึงรอบเงินเดือนถัดไปหรือไม่มีเงินเหลือสำหรับเหตุจำเป็น
การวางแผนการเงินที่ดีจึงเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว ได้แก่ การรู้ว่าเงินของเราเข้ามาเท่าไรและออกไปทางไหน แยกค่าใช้จ่ายจำเป็นออกจากสิ่งที่เลื่อนได้ จัดลำดับการใช้เงินก่อนตัดสินใจซื้อ ควบคุมภาระหนี้ และกันเงินออมไว้ตั้งแต่ต้นเดือน ไม่ใช่รอให้เหลือแล้วค่อยออม แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นทางเลือกในการจัดการเงินโดยไม่ต้องใช้สูตรซับซ้อน
หลักสูตรนี้ออกแบบสำหรับพนักงานไลน์ผลิตให้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ตั้งแต่การทำ Money Snapshot ของตนเอง การแก้โจทย์งบประมาณรายเดือนเป็นกลุ่ม การวางเป้าหมายเงินออมและเงินสำรองฉุกเฉิน ไปจนถึงการตัดสินใจเมื่อมีรายจ่ายไม่คาดคิด เพื่อให้ผู้เรียนกลับไปใช้เงินอย่างมีแผน ลดการตัดสินใจตามอารมณ์ และสร้างนิสัยออมที่ทำต่อเนื่องได้จริง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจภาพรวมรายรับ รายจ่าย ภาระผูกพัน และพฤติกรรมการใช้เงินของตนเอง
2. เพื่อพัฒนาทักษะการแยกค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่ายที่ลดหรือเลื่อนได้ และการจัดลำดับความสำคัญก่อนใช้เงิน
3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถจัดทำแผนใช้เงินรายเดือนที่เหมาะกับรายได้ รวมถึงรายได้ที่เปลี่ยนแปลงจากค่าล่วงเวลา
4. เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการออมตามเป้าหมาย เงินสำรองฉุกเฉิน และการลดโอกาสเกิดหนี้จากรายจ่ายไม่คาดคิด
5. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมกำหนดพฤติกรรมการเงินที่ต้องการปรับและเริ่มต้นแผนการใช้เงินและการออมที่ทำได้จริง
เนื้อหาสำคัญ
• Money Reality Check: มองรายได้จริงทั้งเงินเดือน ค่าล่วงเวลา และรายได้อื่น เทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตลอดเดือน
• Where Does My Money Go?: แยกรายจ่ายประจำ รายจ่ายจำเป็น รายจ่ายที่เกิดตามอารมณ์ และค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่รวมกันแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่
• Needs – Wants – Commitments: แยกสิ่งที่ต้องจ่าย สิ่งที่อยากได้ และภาระที่ผูกไว้แล้ว เพื่อเห็นพื้นที่ที่สามารถปรับได้
• Income Variability: วางแผนโดยใช้รายได้ประจำเป็นฐาน และมองค่าล่วงเวลาหรือเงินพิเศษเป็นส่วนที่ต้องจัดสรรอย่างมีเป้าหมาย
Workshop 1 — My Money Map (เดี่ยว) | ผู้เรียนทำภาพรวมเงินของตนเองแบบไม่ต้องเปิดเผยตัวเลขกับผู้อื่น โดยระบุรายรับหลัก รายจ่ายสำคัญ ภาระประจำ และ 1 จุดที่ต้องการลดหรือปรับในเดือนถัดไป
ช่วงที่ 2: Spend with a Plan: วางแผนการใช้เงิน จัดลำดับรายจ่าย และควบคุมภาระหนี้
เนื้อหาสำคัญ
• Plan Before Pay: แบ่งเงินตามหน้าที่ก่อนเริ่มใช้ เช่น ค่าใช้จ่ายจำเป็น ภาระประจำ เงินออม และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อไม่ให้ทุกอย่างใช้จากก้อนเดียวกัน
• Control the Leakage: สังเกตรายจ่ายที่เกิดบ่อยแต่ไม่จำเป็น เช่น ซื้อเพราะโปรโมชั่น สั่งของออนไลน์ หรือใช้เงินเล็ก ๆ หลายครั้งจนเกินงบ
• Debt with Awareness: ก่อนผ่อนหรือกู้เพิ่มให้มองยอดผ่อนรวม ความจำเป็น ระยะเวลาที่ต้องจ่าย และผลกระทบต่อเงินที่เหลือใช้ในแต่ละเดือน
• Flexible Budget: เมื่อ OT ลด รายได้พิเศษหาย หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ ให้รู้ว่ารายการใดต้องรักษา รายการใดลดได้ และรายการใดเลื่อนได้
Workshop 2 — Budget Rescue Lab (กลุ่ม) | แบ่ง 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน วิเคราะห์กรณีพนักงานที่มีรายรับ ภาระค่างวด ค่าใช้จ่ายครอบครัว และรายจ่ายส่วนตัว แล้วช่วยกันจัดงบใหม่ให้ “อยู่ได้ ออมได้ และไม่เพิ่มหนี้” พร้อมอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจ
ช่วงที่ 3: Saving for Goals & Emergencies: ออมอย่างมีเป้าหมายและเตรียมพร้อมสำหรับเหตุไม่คาดคิด
เนื้อหาสำคัญ
• Save First, Not Leftover: เปลี่ยนจาก “เหลือแล้วค่อยออม” เป็นกันเงินออมไว้ก่อนในจำนวนที่เหมาะกับกำลังของตนเอง แล้วค่อยปรับเพิ่มเมื่อทำได้
• Saving by Purpose: แยกเป้าหมายออม เช่น เงินฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ครอบครัว หรือเป้าหมายระยะยาว เพื่อไม่ดึงเงินก้อนเดียวไปใช้ทุกเรื่อง
• Emergency Fund: ค่อย ๆ สร้างเงินสำรองสำหรับเหตุจำเป็น โดยเป้าหมายระยะยาวสามารถพัฒนาไปสู่ประมาณ 3–6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน
• Make Saving Automatic: ใช้วิธีที่ช่วยลดการพึ่งวินัยเพียงอย่างเดียว เช่น แยกบัญชี โอนอัตโนมัติทันทีหลังเงินเดือนออก หรือกำหนดยอดออมขั้นต่ำที่ทำได้ทุกเดือน
ตัวอย่างวิธีคิด: Saving Ladder | เริ่มจากเป้าหมายเล็กที่ทำได้จริง → เงินสำรอง 1 เดือน → ค่อยขยับสู่ 3–6 เดือน โดยปรับจำนวนออมให้เหมาะกับรายได้และภาระของแต่ละคน
ช่วงที่ 4: Money Decisions & Action Plan: ตัดสินใจเรื่องเงินอย่างมีเหตุผลและสร้างแผนที่ทำต่อได้จริง
เนื้อหาสำคัญ
• Pause Before Spending: ก่อนใช้เงินก้อนใหม่ให้หยุดถามว่า “จำเป็นตอนนี้หรือไม่ ถ้าเลื่อนได้จะเกิดอะไร และต้องแลกกับเป้าหมายใด”
• Use Extra Money Wisely: เมื่อมี OT โบนัส หรือเงินพิเศษ ให้แบ่งก่อนใช้ เช่น เติมเงินฉุกเฉิน ลดภาระหนี้ และกันบางส่วนสำหรับความสุขโดยไม่กระทบเป้าหมาย
• Handle the Unexpected: เมื่อมีค่าซ่อมรถ ค่ารักษา หรือค่าใช้จ่ายครอบครัว ให้จัดลำดับแหล่งเงินและผลกระทบก่อนเลือกกู้หรือผ่อนเพิ่ม
• 30-Day Money Action: กำหนด 1 พฤติกรรมที่จะหยุด 1 พฤติกรรมที่จะเริ่ม และ 1 เป้าหมายการออมที่จะติดตามใน 30 วัน
Workshop 4 — Money Decision Challenge (กลุ่ม) | 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน วิเคราะห์สถานการณ์ที่มีเงินจำกัดแต่มีหลายความต้องการพร้อมกัน เช่น ค่างวด รายจ่ายครอบครัว ของที่อยากซื้อ และเงินพิเศษ แล้วเลือกแผนจัดสรรที่สมดุลที่สุด พร้อมสรุป 3 หลักคิดที่ทีมจะใช้ตัดสินใจเรื่องเงิน
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร การวางแผนการใช้เงินและการออมอย่างเป็นระบบสำหรับพนักงาน (Practical Money Planning & Saving for Employees)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

