หลักสูตรอบรม ! การวางแผนงาน บริหารเวลา และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล (Master Your Day, Multiply Your Impact: Effective Planning, Time Management & Communication in the Digital Age)
รหัสหลักสูตร: 69267
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
ในยุคดิจิทัลที่การทำงานมีความซับซ้อนและต้องรับผิดชอบหลายภารกิจพร้อมกัน การวางแผนงาน การจัดลำดับความสำคัญ และการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดความผิดพลาด และทำให้งานบรรลุเป้าหมายตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม การถูกรบกวนจากการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงของงานเร่งด่วน และการประสานงานที่ขาดความชัดเจน อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้า ความเครียด และการใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า
นอกจากนี้ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรสามารถกำหนดความคาดหวัง ประสานงาน มอบหมายงาน ติดตามความคืบหน้า และจัดการข้อจำกัดด้านเวลาได้อย่างเหมาะสม รวมถึงสามารถปฏิเสธหรือเจรจาต่อรองงานอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
หลักสูตรนี้จึงมุ่งพัฒนาทักษะการวางแผนงาน การบริหารเวลา และการสื่อสารในบริบทการทำงานยุคดิจิทัล ผ่านการประยุกต์ใช้เครื่องมือและเทคนิคต่าง ๆ เช่น Eisenhower Matrix, Pareto Principle, Time Blocking, Time Batching และเทคนิคการสื่อสารเพื่อกำหนดขอบเขตและจัดการความคาดหวัง พร้อมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการให้ผู้เรียนสามารถออกแบบแผนการทำงานของตนเอง และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างผลลัพธ์ที่ดีทั้งในระดับบุคคลและองค์กร
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการวางแผนงาน การจัดลำดับความสำคัญ และการบริหารเวลาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความรับผิดชอบ
2. เพื่อพัฒนาทักษะการจัดการงาน การจัดสรรเวลา และการรักษาสมาธิในการทำงาน โดยประยุกต์ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับบริบทการทำงานยุคดิจิทัล
3. เพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสาร การประสานงาน การมอบหมายงาน และการติดตามความคืบหน้าให้มีความชัดเจนและลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
4. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารข้อจำกัดด้านเวลา เจรจาต่อรองลำดับความสำคัญ และปฏิเสธงานอย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์
5. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจัดทำแผนการทำงานรายวันและรายสัปดาห์ พร้อมกำหนดแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
1.วิกฤตการณ์การบริหารเวลาในโลกการทำงานยุคใหม่ (Modern Workplace Time Crises)
• Digital Distractions & Micro-interruptions: ผลวิจัยพบว่ามนุษย์ในยุคดิจิทัลถูกรบกวนเฉลี่ยทุกๆ 3–5 นาที (ผ่านการแจ้งเตือน Line, Email, Social Media) และเมื่อถูกรบกวน สมองต้องใช้เวลาถึง 23 นาที 15 วินาที ในการดึงสมาธิกลับมาสู่ภารกิจเดิม (Context Switching Penalty)
• Urgency Culture (วัฒนธรรม "งานด่วนทุกอย่าง"): การขาดระบบจัดลำดับความสำคัญในองค์กรทำให้ทุกงานถูกตีตราว่า "ด่วนที่สุด" ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตกอยู่ในภาวะ Reactive Mode (ทำงานแบบคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา) แทนที่จะเป็น Proactive Mode (ทำงานแบบวางแผนล่วงหน้า)
• The Multitasking Myth: การทำงานหลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่ทำให้ประสิทธิภาพของสมองลดลงถึง 40% และเพิ่มอัตราความผิดพลาดในเนื้องานมากขึ้น
2.ผลกระทบเชิงซ้อนเมื่อขาดการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
• ผลกระทบต่อบุคคล: เกิดความเครียดสะสม (Chronic Stress), ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome), นอนไม่หลับ และความรู้สึกว่าตนเอง "ยุ่งตลอดเวลาแต่ไม่มีผลงานชิ้นเอก" (Busy without Progress)
• ผลกระทบต่อองค์กร: งานส่งล่าช้ากว่ากำหนด ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น คุณภาพของงานตกต่ำลง และเกิดความขัดแย้งระหว่างทีมจากการตามงาน
3.ปรัชญาการบริหารเวลา (Time Management Philosophy)
• "Time Management is Self-Management & Attention Management": เราไม่สามารถเพิ่มเวลาจาก 24 ชั่วโมงให้เป็น 25 ชั่วโมงได้ แต่เราสามารถบริหาร "ตัวเราเอง" และ "จุดสนใจ (Attention)" ในแต่ละช่วงเวลาได้
• Busy vs. Productive: ความแตกต่างระหว่าง คนยุ่ง (Doing things right) กับ คนทรงประสิทธิภาพ (Doing the right things)
ส่วนที่ 2: The Paradox of Choice (ความย้อนแย้งของทางเลือก)
1.ทฤษฎีความย้อนแย้งของทางเลือก (Barry Schwartz’s Theory)
• More Options = More Paralysis: เมื่อมนุษย์เผชิญกับตัวเลือกที่มากเกินไป สมองจะเกิดอาการ Analysis Paralysis (ภาวะอัมพาตทางการตัดสินใจ) ทำให้ตัดสินใจช้าลง ลังเล หรือหลีกเลี่ยงด้วยการผัดวันประกันพรุ่ง
• Post-Decision Regret: ยิ่งมีตัวเลือกเยอะ เมื่อตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งไปแล้ว มนุษย์มักจะรู้สึกเสียดายตัวเลือกที่ไม่ได้เลือก ทำให้ความพึงพอใจในผลงานลดลง
2.โครงสร้างภาระทางสมอง (Cognitive Load & Decision Fatigue)
• Decision Fatigue (ภาวะล้าทางการตัดสินใจ): มนุษย์มีความสามารถในการตัดสินใจคุณภาพสูงจำกัดในแต่ละวัน (ประมาณ 35,000 การตัดสินใจ/วัน ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่) เมื่อผ่านการตัดสินใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาทั้งวัน สมองจะเริ่มตัดสินใจมั่วซั่วหรือเลือกทางที่ง่ายที่สุด
3.How to eliminate unnecessary choices:
• Standardization & Automation: สร้างมาตรฐานหรือแม่แบบ (Templates) สำหรับงานประจำ เช่น อีเมลตอบกลับแบบฟอร์มเดิม ตารางรายงานประจำสัปดาห์
• Default Decisions: กำหนดกฎการตัดสินใจไว้ล่วงหน้า (Pre-made decisions) เช่น กำหนดเวลาเช็กอีเมลตายตัว 2 รอบต่อวัน (10:00 น. และ 15:00 น.) เพื่อไม่ต้องคอยตัดสินใจว่า "จะเปิดดูอีเมลตอนนี้ดีไหม"
• Rule of 3: จำกัดตัวเลือกสำคัญในแต่ละเรื่องให้ไม่เกิน 3 ตัวเลือกเสมอ
ส่วนที่ 3: Eisenhower Matrix (ตารางจัดลำดับความสำคัญ)
1.แกนการวิเคราะห์ 2 มิติ
• Urgency (ความด่วน): อิงตามปัจจัยภายนอกและกาลเวลา ต้องการการตอบสนองทันที
• Importance (ความสำคัญ): อิงตามเป้าหมาย (Goals), คุณค่า (Values), และผลกระทบต่อองค์กรระยะยาว (Long-term Impact)
2.เจาะลึก Quadrant ทั้ง 4 และแนวทางจัดการ
• Quadrant 1: Do First (ด่วน & สำคัญ) - "วิกฤตที่ต้องทำทันที"
o ลักษณะงาน: ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไข, งานตามกำหนดส่งที่กระชั้นชิด, ปัญหาลูกค้าวิกฤต
o ผลกระทบถ้ามากเกินไป: เกิดความเครียดสูง งานลนลาน
o การจัดการ: ทำทันทีเพื่อจบปัญหา แต่ต้องหาสาเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
• Quadrant 2: Schedule (ไม่ด่วน แต่สำคัญ) - "ขุมพลังแห่งความสำเร็จ" (Quality Quad)
o ลักษณะงาน: การวางแผนเชิงกลยุทธ์, การพัฒนาทักษะตนเอง, การดูแลสุขภาพ, การสร้างความสัมพันธ์, การป้องกันปัญหาล่วงหน้า
o ผลกระทบถ้าทำสม่ำเสมอ: งานมีคุณภาพ ชีวิตมีสมดุล ลดงานใน Quadrant 1
o การจัดการ: ต้องล็อกเวลา (Time Blocking) ในปฏิทินไว้อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นงานที่ไม่ร้องเรียก แต่ทรงคุณค่าที่สุด
• Quadrant 3: Delegate (ด่วน แต่ไม่สำคัญ) - "กับดักความยุ่ง" (Deception Quad)
o ลักษณะงาน: การโทรแทรก, การแจ้งเตือนแชต, ประชุมที่ตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมหลัก, งานฝากทำจากคนอื่น
o ผลกระทบ: รู้สึกยุ่งตลอดเวลาแต่ไม่มีผลงานของตัวเอง
o การจัดการ: กระจายงาน (Delegate), ปฏิเสธอย่างสุภาพ (Say No), หรือสร้างระบบอัตโนมัติ
• Quadrant 4: Don't Do (ไม่ด่วน & ไม่สำคัญ) - "หลุมดำกินเวลา" (Waste Quad)
o ลักษณะงาน: การไถฟีดโซเชียลมีเดียอย่างไร้จุดหมาย, การคุยเล่นในเวลาทำงานยาวนาน, งานเอกสารที่ไม่ซ้ำซ้อนและไม่มีใครใช้
o การจัดการ: ตัดทิ้ง (Eliminate) หรือจำกัดให้อยู่ในเวลาพักผ่อนเท่านั้น
ส่วนที่ 4: Pareto Principle (กฎ 80/20)
1.หลักการและแนวคิด 80/20 ในการทำงาน
• The Vital Few vs. The Trivial Many: ในงานทั้งหมดที่เราทำ จะมีงานเพียง 20% (Vital Few) ที่สร้างผลลัพธ์หรือคุณค่าหลักแก่เพิ่มให้กับองค์กรถึง 80% ส่วนงานอีก 80% (Trivial Many) สร้างผลลัพธ์เพียง 20%
• การประยุกต์ใช้ Pareto ในงาน office:
o 80% ของผลงานและ KPI มาจากงานสำคัญ 20%
o 80% ของปัญหา/ความขัดแย้ง เกิดจากสาเหตุหลักเพียง 20%
o 80% ของเวลาประชุม เสียไปกับหัวข้อที่ไม่กระทบเป้าหมาย 20%
2.วิธีการระบุและโฟกัส High-Impact Tasks (20%)
• Step 1: Impact-Effort Matrix แยกแยะงานโดยดูจาก "ผลกระทบต่อเป้าหมาย (Impact)" และ "ความยาก/เวลาที่ใช้ (Effort)"
• Step 2: Identifiy Key Performance Drivers ถามตนเองว่า "ถ้าทำได้แค่งานเดียวในวันนี้ งานไหนจะสร้างความก้าวหน้าให้องค์กรมากที่สุด?"
• Step 3: Apply "Eliminate, Reduce, Automate, Delegate" (ERAD) กับงาน 80% ที่เหลือ:
o Eliminate (ตัด): ตัดขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน
o Reduce (ลด): ลดเวลาประชุมจาก 1 ชั่วโมงเหลือ 30 นาที
o Automate (ใช้อุปกรณ์ช่วย): ใช้ AI หรือสูตร Excel ในการประมวลผลข้อมูล
o Delegate (กระจาย): มอบหมายงานประจำ routine ให้ผู้ที่เหมาะสม
ส่วนที่ 5: เทคนิคการโฟกัสและการจัดการพลังงาน (Focus & Energy Management)
1.การจัดการจังหวะพลังงานชีวภาพ (Biological Prime Time)
• Chronotypes (นาฬิกาชีวิต):
o Larks (นกเช้า): พลังงานสมองตื่นตัวสูงสุดช่วง 08:00 - 12:00 น. เหมาะสำหรับการคิดกลยุทธ์ งานที่ต้องใช้สมาธิสูง (Deep Work)
o Owls (นกนกฮูก/คนสายบ่าย): พลังงานสมองตื่นตัวช่วงบ่ายแก่ๆ หรือช่วงเย็น
2.Matching Task to Energy Level:
• ช่วงพลังงานสูง (High Energy): ทำงานสำคัญที่สุด (Quadrant 2 / งาน 20% Pareto)
• ช่วงพลังงานต่ำ (Low Energy / Post-Lunch Dip): ทำงานประเภท Shallow Work เช่น ตอบอีเมล จัดระเบียบไฟล์ ล้างกล่องข้อความ
3.เทคนิคเพิ่มสมาธิขั้นสูง (Focus Techniques)
• Pomodoro Technique (เทคนิคการมะเขือเทศ):
o ทำงานแบบเจาะจง 25 นาที (Sprint) + พักสั้น 5 นาที (Break)
o ทำครบ 4 รอบ (2 ชั่วโมง) ให้พักยาว 15–30 นาที
o ประโยชน์: ช่วยรักษาสมาธิ ป้องกันสมองล้า และทำให้เห็นความก้าวหน้าของงานชัดเจน
• Deep Work Environment (การสร้างสภาพแวดล้อมสมาธิลึก):
o การปิดการแจ้งเตือน (Turn off notifications) ทั้งหมดขณะทำ Deep Work
o การสื่อสารแบบไม่ประสานเวลา (Asynchronous Communication): กำหนดรอบเวลาตอบแชต แทนการตอบทันทีแบบ Real-time
ส่วนที่ 6: เวิร์กช็อป: ออกแบบวันทำงานในฝัน (Workshop: Designing Your Ideal Workday)
1.โครงสร้างการออกแบบปฏิทินงานด้วย Time-Blocking & Time-Batching
• Time Blocking (การล็อกบล็อกเวลา): แบ่งตารางเวลาในแต่ละวันออกเป็น "บล็อก" สำหรับกิจกรรมเฉพาะเจาะจง ป้องกันไม่ให้เวลารั่วไหล
• Time Batching (การรวบรวมงานประเภทเดียวกันทำพร้อมกัน):
o รวมงานย่อยๆ ที่คล้ายกันทำในรอบเดียว เช่น รวบรวมการอนุมัติเอกสาร ทำการโทรกลับ หรือตอบอีเมลไว้ในบล็อกเวลา 14:00 - 14:30 น.
2.ตัวอย่างการจัดโครงสร้าง "Ideal Workday" (วันทำงานในฝัน)
3.ศิลปะการตั้งขอบเขตและการปฏิเสธอย่างสุภาพ (Setting Boundaries & Assertive No)
• การปฏิเสธแบบบวก (The Positive No Technique):
o Yes (ยืนยันคุณค่า/ความสำคัญ): "เข้าใจเลยครับว่างานนี้สำคัญมาก"
o No (ปฏิเสธตามข้อเท็จจริงเรื่องเวลา): "แต่ตอนนี้ผมติดโฟกัสงาน [โปรเจกต์ A] ซึ่งมีกำหนดส่งเย็นนี้ ทำให้ยังไม่สามารถรับงานนี้ทันทีได้ครับ"
o Yes? (เสนอทางเลือก/ทางออกอื่น): "หากเป็นช่วงพรุ่งนี้เช้าเวลา 10:00 น. หรือมอบหมายให้ฝ่าย... ผมจะสามารถช่วยดูต่อให้ได้อย่างเต็มที่ครับ"
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร การวางแผนงาน บริหารเวลา และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล (Master Your Day, Multiply Your Impact: Effective Planning, Time Management & Communication in the Digital Age)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

