หลักสูตร การกระตุ้นและเสริมพลังเพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานด้วยการโค้ช (Encourage And Empower: The Power Of Coaching For Team Empowerment) หลักสูตร 2 วัน

รหัสหลักสูตร: 68151

จำนวนคนดู 261 ครั้ง
การกระตุ้นและเสริมพลังเพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานด้วยการโค้ช (Encourage And Empower: The Power Of Coaching For Team Empowerment)
รอบที่

-

ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้

ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่

หลักการและเหตุผล

           แนวคิดของหลักสูตร "The Power of Coaching for Team Empowerment" เกิดขึ้นจากความเข้าใจที่ว่าการโค้ชไม่เพียงแค่ช่วยให้พนักงานประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่ยังเป็นกระบวนการที่สามารถกระตุ้นและเสริมพลังให้กับพนักงานในทางที่มีผลต่อทั้งส่วนบุคคลและองค์กรด้วย

          ความสำคัญของหลักสูตรนี้อยู่ที่การเสริมสร้างพลังและความมั่นใจให้กับพนักงาน โดยการโค้ชจะช่วยให้พนักงานรับรู้ถึงศักยภาพและความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถในการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ

           นอกจากนี้ หลักสูตรนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาของพนักงาน โดยการให้พนักงานมีโอกาสได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจากโค้ช เพื่อเสริมสร้างทักษะและความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

          ดังนั้น หลักสูตร "The Power of Coaching for Team Empowerment" จึงมีส่วนสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการพัฒนาและเสริมสร้างความสามารถของพนักงานให้มีระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งในทางธุรกิจและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในองค์กร

การ Coaching เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ Team Empowerment ในหลายด้านดังนี้

1. การสร้างความเข้าใจและการเชื่อมโยง: การ Coaching ช่วยให้สมาชิกในทีมเข้าใจว่าพวกเขามีความสำคัญและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกระทำของทีม การเชื่อมโยงกับพี่เลี้ยงที่ทำหน้าที่โค้ชช่วยให้พวกเขารู้สึกไว้วางใจและมีความมั่นใจในการดำเนินงาน

2. การพัฒนาทักษะและความสามารถ: การ Coaching ช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความสามารถของสมาชิกในทีม โดยช่วยให้พวกเขารับข้อมูลและคำแนะนำเพื่อพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น

3. การสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคง: การ Coaching ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงในการตัดสินใจและการกระทำของสมาชิกในทีม ทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจในความสามารถของตนเองและสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ได้

4. การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา: การ Coaching ช่วยสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาของทีม โดยช่วยให้พวกเขามีมุมมองใหม่ในการแก้ไขสถานการณ์และพัฒนาวิธีการทำงาน

5. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและสนับสนุน: การ Coaching ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและสนับสนุนการพัฒนาของทีม โดยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างสมาชิกในทีม

ดังนั้น การ Coaching เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งเสริม Team Empowerment โดยช่วยให้สมาชิกในทีมมีความมั่นคงและมีความสามารถในการตัดสินใจและกระทำอย่างเป็นอิสระ


วัตถุประสงค์

คือ เพื่อช่วยพัฒนาความสามารถในการโค้ชของผู้เรียนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการเติบโตและพัฒนาของพนักงานภายในองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้

1.เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความก้าวหน้า: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยให้ทีมงานมีความเข้มแข็งทางสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดีเพื่อเติบโตและพัฒนาทักษะและความสามารถทางบุคลิกภาพเพื่อให้สามารถก้าวไปข้างหน้าในการทำงานได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

2.เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนา: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการให้กำลังใจและคำปรึกษา เพื่อช่วยให้ทีมงานเติบโตและพัฒนาในบทบาททางการงาน

3.เพื่อสร้างความรับผิดชอบและความมั่นใจ: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยส่งเสริมความรับผิดชอบและความมั่นใจให้กับทีมงานในการตัดสินใจและการดำเนินการ โดยช่วยให้พวกเขาเข้าใจบทบาทและความสำคัญของงานของตนเองในองค์กร

4.เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุน: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนการพัฒนาและการเรียนรู้ โดยส่งเสริมการสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการทำงานร่วมกันในทีม

5.เพื่อสร้างผู้นำที่มีความมั่นคง: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการเป็นผู้นำที่มีความสามารถในการนำทีมและช่วยให้ทีมงานรับบทบาทเป็นตัวอย่างที่ดีในองค์กร

6.เพื่อสร้างความเข้าใจและความยอมรับ: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยสร้างความเข้าใจและการยอมรับในการตัดสินใจและการดำเนินการของทีมงาน โดยช่วยให้พวกเขาเข้าใจและยอมรับความสำคัญของการทำงานร่วมกันในทีม

ด้วยวัตถุประสงค์เหล่านี้ เห็นได้ว่าหลักสูตรนี้จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาและการเติบโตของพนักงานภายในองค์กรผ่านการใช้การโค้ชในการสนับสนุนและส่งเสริม Empowerment ให้กับพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ

หัวข้ออบรมสัมมนา

วันที่ 1                                     

ส่วนที่ 1 : Principle of Coaching for Team Empowerment (หลักการและความสำคัญของการเป็นพี่เลี้ยงในฐานะโค้ช และองค์ประกอบของการโค้ช)

              • หลักการและความสำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพทีมงาน (Empowerment Your Team)

              • หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการโค้ช

              • บทบาทของการโค้ชเพื่อกระตุ้นและเพิ่มพลังทีมงาน

              • กรอบความคิดและทัศนคติสำหรับการเป็นโค้ชเพื่อการกระตุ้นศักยภาพทีมงาน

              • องค์ประกอบของการโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงาน

              • กระบวนการโค้ชเพื่อการกระตุ้นศักยภาพ

              • Workshop : การโค้ชเพื่อตุ้นทีมงานให้มีพลังในการทำงาน (Coaching for Team Empowerment)

ส่วนที่ 2 : Unlocking Team Empowerment for Improved Performance with TAPS Model (การปลดล็อกศักยภาพของทีมงานเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า)

              • Teaching เพื่อสอนให้ทีมงานเข้าใจได้ง่ายและเกิดการจดจำอย่างเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ

              • Training เพื่อให้ทีมงานสามารถปฏิบัติตามวิธีการจนกลายเป็นทักษะความเชี่ยวชาญ

              • Coaching เพื่อกระตุ้นให้ทีมงานอยากเปลี่ยนแปลงตนเองและดึงศักยภาพออกมาใช้ในการทำงาน

              • Counseling เพื่อเยียวยาจิตใจในสภาวะกดดัน–หมดไฟ–ใจท้อ–ไม่กระตือรือร้น–ไม่อยากทำงาน

              • Consulting เพื่อแนะนำทางเลือกในการแก้ปัญหาในการทำงานให้กับทีมงาน

              • Mentoring เพื่อแนะแนวและให้แนวทางเกี่ยวกับการทำงาน และสามารถปรับตัวได้กับ ตำแหน่งที่ดำรงอยู่ วัฒนธรรมองค์กร การปรับตัวเข้ากับองค์กร

              • Workshop : ฝึกปฏิบัติ การพัฒนาทีมงานเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า

ส่วนที่ 3 : Building Trust and Rapport (ทักษะการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความไว้วางใจเพื่อช่วยให้ทีมงาน รู้สึกสบายใจ กล้าเปิดเผยความรู้สึก และให้ความร่วมมือ)

              • แนวทางการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจเพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากทีมงาน

                            - การทําให้ผู้รับการโค้ชพร้อมเปิดใจ (Open Mind) และไว้วางใจ (Trust)

                            - การทําให้ผู้รับการโค้ชรู้สึกมั่นใจว่าได้รับความเข้าใจ (Empathy)

                            - การทําให้สร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน (Matching & Mirroring)

                            - การรับฟังเรื่องราวของโค้ชชี่อย่างตั้งใจ (Active Listening)

                            - การจับประเด็นที่สำคัญและสร้างความกระจ่างชัดในเรื่องราวที่ผู้รับการโค้ชเล่า (Clarify)

              • Workshop : ฝึกปฏิบัติ การสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ

ส่วนที่ 4 : Powerful Questioning for Empowerment (การเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการตั้งคำถามที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นความคิดและศักยภาพ)

              • แนวทางการตั้งคำถามที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้รับการโค้ชจดจ่อกับเป้าหมายที่สำคัญ คิด และวิเคราะห์ปัญหาด้วยตนเอง ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และนำไปสู่การค้นพบแนวทางแก้ไขปัญหา

                            - Positive Directional : ใช้คำถามไปในทิศทางบวกเสมอ

                            - Awareness : สามารถใช้คำถามช่วยให้โค้ชชี่ มองเห็น ยอมรับ รับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงที่กำลังเผชิญด้วยตนเอง

                            - Reflection : สามารถใช้คำถาม ช่วยให้โค้ชชี่ได้ไตร่ตรอง และสร้างความกระจ่างชัดในเป้าหมาย ความต้องการที่แท้จริง ทรัพยากร ศักยภาพ คุณค่า และความเป็นตัวตน

                            - illumination & Solution : สามารถใช้คำถาม ที่ช่วยจุดประกายและตุ้นให้ โค้ชชี่เกิดการเรียนรู้ และได้เเนวทางใหม่ๆ

                            - Motivation & Change focus : สามารถใช้คำถามสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงและมุ่งสู่การลงมือทำเพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่

              • เทคนิคการใช้คำถามเพื่อการกระตุ้นศักยภาและสร้างการเปลี่ยนแปลง

                            - การใช้คำถามพูดคุยเรื่องทั่วไปและสร้างความสัมพันธ์ (Small Talk Topics and General Questions)

                            - การใช้คำถามเพื่อชวนทีมงานสำรวจตนเอง (Explored Questions)

                            - การใช้คำถามเพื่อความกระจ่างชัดในสถานการณ์ (Clarifying Questions)

                            - การใช้คำถามเพื่อแสดงความเข้าใจเชิงลึกและกระตุ้นกระบวนการคิด (Insightful Questions)

                            - การใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความรับผิดชอบ (Commitment Questions)

                            - ฝึกเทคนิคการใช้คำถามเพื่อกระตุ้นทีมงานให้อยากใช้ศักยภาพที่มีออกมาสร้างวิธีการไปสู่เป้าหมาย ด้วยแรงขับเคลื่อนจากภายในตนเอง (Coaching with T-GROW Model)

              • Workshop : ฝึกปฏิบัติ การตั้งคำถามที่กระตุ้นความคิดและศักยภาพ (Powerful Questioning):


วันที่ 2

ส่วนที่ 5 : Creating Change & Empowerment with Emphatic Listening (การสร้างการเปลี่ยนแปลงและเสริมสร้างพลังใจผ่านการฟังเชิงลึก)

              • 4 ระดับในการฟัง เพื่อสร้างการสนทนาที่เสริมพลังใจและกระตุ้นศักยภาพ

              • เรียนรู้การสำรวจและเข้าใจภายในจิตใจของทีมงานผ่านหลักการทางจิตวิทยา (Satir's iceberg model)

                            - การเข้าใจสาเหตุแห่งพฤติกรรม

                            - การเข้าใจความรู้สึก

                            - การเข้าใจกรอบความคิดและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน (ค่านิยม/ความเชื่อ/ความรู้/ประสบการณ์)

                            - การเข้าใจความคาดหวัง

                            - การเข้าใจความปรารถนาที่แท้จริงที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดพฤติกรรม

                            - การประเมินสภาวะและความพร้อมในการทำงานของทีมงาน(พลังชีวิต กำลังใจและแรงจูงใจ)

                            - การฝึกสังเกต ตัวตน ศักยภาพ และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน

              • 5 วิธีการฟังเชิงลึก Emphatic Listening เพื่อการสนทนาอย่างเข้าอกเข้าใจ

                            - การฟัง : ฟังแบบใส่ใจ แสดงให้คู่สนทนาเห็นว่าพร้อมรับฟัง สบตา เอียงตัวไปทางผู้พูด สนใจเพียงผู้พูด และหยุดทำกิจกรรมอื่น

                            - การถาม : ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อส่งเสริมให้คู่สนทนาแบ่งปันเรื่องราวมากขึ้น พยักหน้า ยิ้ม ตอบคำถาม ใช้น้ำเสียงเชิงบวก ฟังด้วยความสนใจใคร่รู้

                            - การทวน : แสดงความสนใจให้คู่สนทนาเห็นว่าเรากำลังรับฟัง โดยการตรวจสอบความเข้าใจจากสิ่งที่เขาพูดหรือบริบทที่เขาเล่าเป็นระยะ ผ่าน “การทวนถาม” (ไม่เพิ่มหรือตัดข้อมูลที่สำคัญ) พร้อมทั้งไม่แสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

                            - การสะท้อน : ลงลึกเพื่อสังเกตุพฤติกรรม ความรู้สึก มุมมอง ความคาดหวัง และความต้องการที่แท้จริง ศักยภาพ ตัวตน คุณค่า พร้อมทั้งสะท้อนให้คู่สนทนาได้รับรู้ว่าเรากำลังเข้าใจผ่านสะท้อนถามสิ่งที่เราสังเกตุเห็นและได้ยินสิ่งที่อยู่เบื่องหลังคำพูด

                            - การเงียบ เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความไว้วางใจ : ให้คู่สนทนาเป็นเจ้าของบทสนทนา ให้เวลาเขาคิด และพูดออกมา โดยไม่พูดแทรก เกทับ เปรียบเทียบ หรือสั่งสอน พยายามเข้าใจสิ่งที่อยู่ภายในใจของเขา

              • Case Study : ฝึกการฟังเชิงลึกจากกรณีศึกษาสถานการณ์ต่างๆ และร่วมกันวิเคราะห์

              • Workshop : ฝึกปฏิบัติ ทักษะการฟังเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยเข้าใจและเสริมพลังใจให้ทีมงาน (Empathic listening & Positive Reflection & Creative Conversation)

ส่วนที่ 6 : Goal-Oriented and Results-Driven (การตั้งเป้าหมายและกำหนดผลลัพธ์ที่ชัดเจนในการโค้ชเพื่อสร้างแรงจูงใจในการขับเคลื่อนผลงาน)

              • การพาโค้ชชี่ตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและมีความสำคัญ (Specific)

              • การช่วยให้โค้ชชี่ตั้งเป้าหมายที่มีหน่วยวัดความสำเร็จและความคืบหน้าได้ชัดเจน (Measurable)

              • การช่วยให้โค้ชชี่กล้ากำหนดเป้าหมายที่ท้าทายและเชื่อว่าตนเองสามารถทำได้ (Achievable)

              • การช่วยให้โค้ชชี่กำหนดเป้าหมายที่มีคุณค่าและมีความสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตหรือการทำงานปกติของโค้ชชี่ (Relevant : ปลุก Passion ปั้น Performance )

              • การช่วยให้โค้ชชี่สามารถกำหนดเวลาที่จะเริ่มต้นและดำเนินการให้สำเร็จ (Time Bond)

ส่วนที่ 7 : Real Coaching Using the GROW Model (การปฏิบัติและการนำกระบวนการโค้ชไปใช้ในการกระตุ้นศักยภาพทีมงาน)

              • การให้ข้อมูลกฎ-กติกาของการโค้ชให้โค้ชชี่ทราบและเข้าใจ (Ground Rule)

              • การประเมินความเป็นตัวตนของโค้ชชี่ได้ (Know Who!)

              • การสร้างความไว้วางใจร่วมกันกับโค้ชชี่ได้ (Build Rapport)

              • การพาโค้ชชี่กำหนดเป้าหมายการโค้ชได้อย่างชัดเจน (Goal Setting)

              • การดำเนินการโค้ชตาม GROW Model ได้ครบทั้งกระบวนการ

              • การพาโค้ชชี่สร้างการยืนยันที่สื่อถึงการลงมือทำได้อย่างชัดเจน (New Action Commitment)

              • การสร้างแนวทางการติดตามผลการปฏิบัติของการโค้ชร่วมกับโค้ชชี่ได้ (Follow Up)

              • The GROW Coaching Model

                            - G : Goal สามารถพาโค้ชชี่ค้นพบความต้องการที่ชัดเจน มีคุณค่า และเป็นประโยชน์ ส่งผลให้โค้ชชี่มีความพร้อมที่จะตั้งใจหาวิธีการไปสู่เป้าหมายด้วยใจที่มุ่งมั่น

                            - R : Reality สามารถพาโค้ชชี่สำรวจความเป็นจริงใจปัจจุบันของตนเอง เพื่อให้โค้ชชี่มองเห็นศักยภาพของตนเองในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้ในการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

                            - O : Option สามารถทำให้โค้ชชี่มองเห็นทางเลือกและวิธีการใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น และมีความพร้อมในการลงมือปฏิบัติ สู่การบรรลุป้าหมาย

                            - W : Way Forward สามารถทำให้โค้ชชี่ตัดสินใจเลือกวิธีการ ที่อยู่บนพื้นฐานของศักยภาพ และวิธีการที่เหมาะสมสำหรับตนเอง และเกิดความเต็มใจที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่เป้าหมาย

                            - Case Study : ฝึกวางแผนการโค้ชจากกรณีศึกษาจริง

ส่วนที่ 8 : ทักษะการใช้คำพูดและการสื่อสารเพื่อสร้างความไว้วางใจด้วยหลักการ NVC (Nonviolent Communication)

              • สำรวจพฤติกรรมการสื่อสารที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง (โรค 6 B: เบิ้ล-ใบ้-บี้-โบ้ย-บล็อก-เบลม)

              • การสื่อสารเพื่อการให้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมความความเป็นจริง

                            - ข้อสังเกต vs. การตีความ

              • การสื่อสารเพื่อบอกและให้ความเข้าใจ

                            - ความรู้สึก vs. ความคิด

              • การสื่อสารเพื่อบอกความต้องการที่แท้จริงและวิธีการที่ต้องการให้ทีมงานตอบสนองอย่างสันติวิธี

                            - ความต้องการ vs. วิธีการ

              • การสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้ทีมงานยินดีทำตามด้วยความเต็มใจ

                            - การร้องขอ vs. การเรียกร้อง (สั่ง)

              • Workshop : 7 ขั้นตอน การสื่อสารเพื่อดูแลความเห็นต่าง เปลี่ยนแปลงความขัดแย้ง โน้มน้าวใจ และสร้างพื้นที่แห่งความไว้ พร้อมทั้งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน (Creative Conflict Facilitation) ผ่านหลักการ NVC (Nonviolent Communication)

วิทยากร
คุณสมบัติผู้เข้าฟัง/กลุ่มเป้าหมาย

• ผู้จัดการ / ผู้บริหาร

• จำนวนรุ่นละ 25-30 คน และสามารถเข้าร่วมอบรมได้เต็มเวลาของหลักสูตร

ภาษาในการบรรยาย
ไทย
ประกาศนียบัตร

สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อย่าลืมบอกผู้จัดงานว่าเห็นประกาศจากเวป "สัมมนาดีดี" นะคะ
ชื่อหน่วยงาน/บริษัท:SeminarDD Academy
ชื่อผู้ประสานงาน:ผู้จัดงาน
เบอร์โทรศัพท์ :097-474-6644

หากท่านต้องการสมัคร การกระตุ้นและเสริมพลังเพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานด้วยการโค้ช (Encourage And Empower: The Power Of Coaching For Team Empowerment)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้


ค่าฝึกอบรมสามารถหักค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ 200%
ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd

หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

คำค้นประกาศนี้ Tags: การกระตุ้นและเสริมพลัง, เพิ่มศักยภาพทีมงาน, การโค้ช

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด

หลักสูตร เจาะลึก...ขั้นตอนการยื่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อรับรองหลักสูตรฝึกอบรมแ...

ขอเชิญ อบรม หลักสูตร ขั้นตอนการยื่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อรับรองหลักสูตรและค่าใช้จ่าย #เน้นเนื้อหาที่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งเพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบในการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร เรียนรู้ขั้นตอน