หลักสูตร การกระตุ้นและเสริมพลังเพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานด้วยการโค้ช (Encourage And Empower: The Power Of Coaching For Team Empowerment) หลักสูตร 2 วัน
รหัสหลักสูตร: 68151
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
หลักการและเหตุผล
แนวคิดของหลักสูตร "The Power of Coaching for Team Empowerment" เกิดขึ้นจากความเข้าใจที่ว่าการโค้ชไม่เพียงแค่ช่วยให้พนักงานประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่ยังเป็นกระบวนการที่สามารถกระตุ้นและเสริมพลังให้กับพนักงานในทางที่มีผลต่อทั้งส่วนบุคคลและองค์กรด้วย
ความสำคัญของหลักสูตรนี้อยู่ที่การเสริมสร้างพลังและความมั่นใจให้กับพนักงาน โดยการโค้ชจะช่วยให้พนักงานรับรู้ถึงศักยภาพและความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถในการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ
นอกจากนี้ หลักสูตรนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาของพนักงาน โดยการให้พนักงานมีโอกาสได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจากโค้ช เพื่อเสริมสร้างทักษะและความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น หลักสูตร "The Power of Coaching for Team Empowerment" จึงมีส่วนสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการพัฒนาและเสริมสร้างความสามารถของพนักงานให้มีระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งในทางธุรกิจและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในองค์กร
การ Coaching เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ Team Empowerment ในหลายด้านดังนี้
1. การสร้างความเข้าใจและการเชื่อมโยง: การ Coaching ช่วยให้สมาชิกในทีมเข้าใจว่าพวกเขามีความสำคัญและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกระทำของทีม การเชื่อมโยงกับพี่เลี้ยงที่ทำหน้าที่โค้ชช่วยให้พวกเขารู้สึกไว้วางใจและมีความมั่นใจในการดำเนินงาน
2. การพัฒนาทักษะและความสามารถ: การ Coaching ช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความสามารถของสมาชิกในทีม โดยช่วยให้พวกเขารับข้อมูลและคำแนะนำเพื่อพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น
3. การสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคง: การ Coaching ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงในการตัดสินใจและการกระทำของสมาชิกในทีม ทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจในความสามารถของตนเองและสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ได้
4. การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา: การ Coaching ช่วยสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาของทีม โดยช่วยให้พวกเขามีมุมมองใหม่ในการแก้ไขสถานการณ์และพัฒนาวิธีการทำงาน
5. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและสนับสนุน: การ Coaching ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและสนับสนุนการพัฒนาของทีม โดยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างสมาชิกในทีม
ดังนั้น การ Coaching เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งเสริม Team Empowerment โดยช่วยให้สมาชิกในทีมมีความมั่นคงและมีความสามารถในการตัดสินใจและกระทำอย่างเป็นอิสระ
วัตถุประสงค์
คือ เพื่อช่วยพัฒนาความสามารถในการโค้ชของผู้เรียนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการเติบโตและพัฒนาของพนักงานภายในองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้
1.เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความก้าวหน้า: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยให้ทีมงานมีความเข้มแข็งทางสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดีเพื่อเติบโตและพัฒนาทักษะและความสามารถทางบุคลิกภาพเพื่อให้สามารถก้าวไปข้างหน้าในการทำงานได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
2.เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนา: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการให้กำลังใจและคำปรึกษา เพื่อช่วยให้ทีมงานเติบโตและพัฒนาในบทบาททางการงาน
3.เพื่อสร้างความรับผิดชอบและความมั่นใจ: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยส่งเสริมความรับผิดชอบและความมั่นใจให้กับทีมงานในการตัดสินใจและการดำเนินการ โดยช่วยให้พวกเขาเข้าใจบทบาทและความสำคัญของงานของตนเองในองค์กร
4.เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุน: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนการพัฒนาและการเรียนรู้ โดยส่งเสริมการสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการทำงานร่วมกันในทีม
5.เพื่อสร้างผู้นำที่มีความมั่นคง: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการเป็นผู้นำที่มีความสามารถในการนำทีมและช่วยให้ทีมงานรับบทบาทเป็นตัวอย่างที่ดีในองค์กร
6.เพื่อสร้างความเข้าใจและความยอมรับ: พี่เลี้ยงที่มีทักษะการโค้ช จะช่วยสร้างความเข้าใจและการยอมรับในการตัดสินใจและการดำเนินการของทีมงาน โดยช่วยให้พวกเขาเข้าใจและยอมรับความสำคัญของการทำงานร่วมกันในทีม
ด้วยวัตถุประสงค์เหล่านี้ เห็นได้ว่าหลักสูตรนี้จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาและการเติบโตของพนักงานภายในองค์กรผ่านการใช้การโค้ชในการสนับสนุนและส่งเสริม Empowerment ให้กับพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ
วันที่ 1
ส่วนที่ 1 : Principle of Coaching for Team Empowerment (หลักการและความสำคัญของการเป็นพี่เลี้ยงในฐานะโค้ช และองค์ประกอบของการโค้ช)
• หลักการและความสำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพทีมงาน (Empowerment Your Team)
• หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการโค้ช
• บทบาทของการโค้ชเพื่อกระตุ้นและเพิ่มพลังทีมงาน
• กรอบความคิดและทัศนคติสำหรับการเป็นโค้ชเพื่อการกระตุ้นศักยภาพทีมงาน
• องค์ประกอบของการโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงาน
• กระบวนการโค้ชเพื่อการกระตุ้นศักยภาพ
• Workshop : การโค้ชเพื่อตุ้นทีมงานให้มีพลังในการทำงาน (Coaching for Team Empowerment)
ส่วนที่ 2 : Unlocking Team Empowerment for Improved Performance with TAPS Model (การปลดล็อกศักยภาพของทีมงานเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า)
• Teaching เพื่อสอนให้ทีมงานเข้าใจได้ง่ายและเกิดการจดจำอย่างเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ
• Training เพื่อให้ทีมงานสามารถปฏิบัติตามวิธีการจนกลายเป็นทักษะความเชี่ยวชาญ
• Coaching เพื่อกระตุ้นให้ทีมงานอยากเปลี่ยนแปลงตนเองและดึงศักยภาพออกมาใช้ในการทำงาน
• Counseling เพื่อเยียวยาจิตใจในสภาวะกดดัน–หมดไฟ–ใจท้อ–ไม่กระตือรือร้น–ไม่อยากทำงาน
• Consulting เพื่อแนะนำทางเลือกในการแก้ปัญหาในการทำงานให้กับทีมงาน
• Mentoring เพื่อแนะแนวและให้แนวทางเกี่ยวกับการทำงาน และสามารถปรับตัวได้กับ ตำแหน่งที่ดำรงอยู่ วัฒนธรรมองค์กร การปรับตัวเข้ากับองค์กร
• Workshop : ฝึกปฏิบัติ การพัฒนาทีมงานเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า
ส่วนที่ 3 : Building Trust and Rapport (ทักษะการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความไว้วางใจเพื่อช่วยให้ทีมงาน รู้สึกสบายใจ กล้าเปิดเผยความรู้สึก และให้ความร่วมมือ)
• แนวทางการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจเพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากทีมงาน
- การทําให้ผู้รับการโค้ชพร้อมเปิดใจ (Open Mind) และไว้วางใจ (Trust)
- การทําให้ผู้รับการโค้ชรู้สึกมั่นใจว่าได้รับความเข้าใจ (Empathy)
- การทําให้สร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน (Matching & Mirroring)
- การรับฟังเรื่องราวของโค้ชชี่อย่างตั้งใจ (Active Listening)
- การจับประเด็นที่สำคัญและสร้างความกระจ่างชัดในเรื่องราวที่ผู้รับการโค้ชเล่า (Clarify)
• Workshop : ฝึกปฏิบัติ การสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ
ส่วนที่ 4 : Powerful Questioning for Empowerment (การเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการตั้งคำถามที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นความคิดและศักยภาพ)
• แนวทางการตั้งคำถามที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้รับการโค้ชจดจ่อกับเป้าหมายที่สำคัญ คิด และวิเคราะห์ปัญหาด้วยตนเอง ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และนำไปสู่การค้นพบแนวทางแก้ไขปัญหา
- Positive Directional : ใช้คำถามไปในทิศทางบวกเสมอ
- Awareness : สามารถใช้คำถามช่วยให้โค้ชชี่ มองเห็น ยอมรับ รับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงที่กำลังเผชิญด้วยตนเอง
- Reflection : สามารถใช้คำถาม ช่วยให้โค้ชชี่ได้ไตร่ตรอง และสร้างความกระจ่างชัดในเป้าหมาย ความต้องการที่แท้จริง ทรัพยากร ศักยภาพ คุณค่า และความเป็นตัวตน
- illumination & Solution : สามารถใช้คำถาม ที่ช่วยจุดประกายและตุ้นให้ โค้ชชี่เกิดการเรียนรู้ และได้เเนวทางใหม่ๆ
- Motivation & Change focus : สามารถใช้คำถามสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงและมุ่งสู่การลงมือทำเพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่
• เทคนิคการใช้คำถามเพื่อการกระตุ้นศักยภาและสร้างการเปลี่ยนแปลง
- การใช้คำถามพูดคุยเรื่องทั่วไปและสร้างความสัมพันธ์ (Small Talk Topics and General Questions)
- การใช้คำถามเพื่อชวนทีมงานสำรวจตนเอง (Explored Questions)
- การใช้คำถามเพื่อความกระจ่างชัดในสถานการณ์ (Clarifying Questions)
- การใช้คำถามเพื่อแสดงความเข้าใจเชิงลึกและกระตุ้นกระบวนการคิด (Insightful Questions)
- การใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความรับผิดชอบ (Commitment Questions)
- ฝึกเทคนิคการใช้คำถามเพื่อกระตุ้นทีมงานให้อยากใช้ศักยภาพที่มีออกมาสร้างวิธีการไปสู่เป้าหมาย ด้วยแรงขับเคลื่อนจากภายในตนเอง (Coaching with T-GROW Model)
• Workshop : ฝึกปฏิบัติ การตั้งคำถามที่กระตุ้นความคิดและศักยภาพ (Powerful Questioning):
วันที่ 2
ส่วนที่ 5 : Creating Change & Empowerment with Emphatic Listening (การสร้างการเปลี่ยนแปลงและเสริมสร้างพลังใจผ่านการฟังเชิงลึก)
• 4 ระดับในการฟัง เพื่อสร้างการสนทนาที่เสริมพลังใจและกระตุ้นศักยภาพ
• เรียนรู้การสำรวจและเข้าใจภายในจิตใจของทีมงานผ่านหลักการทางจิตวิทยา (Satir's iceberg model)
- การเข้าใจสาเหตุแห่งพฤติกรรม
- การเข้าใจความรู้สึก
- การเข้าใจกรอบความคิดและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน (ค่านิยม/ความเชื่อ/ความรู้/ประสบการณ์)
- การเข้าใจความคาดหวัง
- การเข้าใจความปรารถนาที่แท้จริงที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดพฤติกรรม
- การประเมินสภาวะและความพร้อมในการทำงานของทีมงาน(พลังชีวิต กำลังใจและแรงจูงใจ)
- การฝึกสังเกต ตัวตน ศักยภาพ และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน
• 5 วิธีการฟังเชิงลึก Emphatic Listening เพื่อการสนทนาอย่างเข้าอกเข้าใจ
- การฟัง : ฟังแบบใส่ใจ แสดงให้คู่สนทนาเห็นว่าพร้อมรับฟัง สบตา เอียงตัวไปทางผู้พูด สนใจเพียงผู้พูด และหยุดทำกิจกรรมอื่น
- การถาม : ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อส่งเสริมให้คู่สนทนาแบ่งปันเรื่องราวมากขึ้น พยักหน้า ยิ้ม ตอบคำถาม ใช้น้ำเสียงเชิงบวก ฟังด้วยความสนใจใคร่รู้
- การทวน : แสดงความสนใจให้คู่สนทนาเห็นว่าเรากำลังรับฟัง โดยการตรวจสอบความเข้าใจจากสิ่งที่เขาพูดหรือบริบทที่เขาเล่าเป็นระยะ ผ่าน “การทวนถาม” (ไม่เพิ่มหรือตัดข้อมูลที่สำคัญ) พร้อมทั้งไม่แสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
- การสะท้อน : ลงลึกเพื่อสังเกตุพฤติกรรม ความรู้สึก มุมมอง ความคาดหวัง และความต้องการที่แท้จริง ศักยภาพ ตัวตน คุณค่า พร้อมทั้งสะท้อนให้คู่สนทนาได้รับรู้ว่าเรากำลังเข้าใจผ่านสะท้อนถามสิ่งที่เราสังเกตุเห็นและได้ยินสิ่งที่อยู่เบื่องหลังคำพูด
- การเงียบ เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความไว้วางใจ : ให้คู่สนทนาเป็นเจ้าของบทสนทนา ให้เวลาเขาคิด และพูดออกมา โดยไม่พูดแทรก เกทับ เปรียบเทียบ หรือสั่งสอน พยายามเข้าใจสิ่งที่อยู่ภายในใจของเขา
• Case Study : ฝึกการฟังเชิงลึกจากกรณีศึกษาสถานการณ์ต่างๆ และร่วมกันวิเคราะห์
• Workshop : ฝึกปฏิบัติ ทักษะการฟังเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยเข้าใจและเสริมพลังใจให้ทีมงาน (Empathic listening & Positive Reflection & Creative Conversation)
ส่วนที่ 6 : Goal-Oriented and Results-Driven (การตั้งเป้าหมายและกำหนดผลลัพธ์ที่ชัดเจนในการโค้ชเพื่อสร้างแรงจูงใจในการขับเคลื่อนผลงาน)
• การพาโค้ชชี่ตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและมีความสำคัญ (Specific)
• การช่วยให้โค้ชชี่ตั้งเป้าหมายที่มีหน่วยวัดความสำเร็จและความคืบหน้าได้ชัดเจน (Measurable)
• การช่วยให้โค้ชชี่กล้ากำหนดเป้าหมายที่ท้าทายและเชื่อว่าตนเองสามารถทำได้ (Achievable)
• การช่วยให้โค้ชชี่กำหนดเป้าหมายที่มีคุณค่าและมีความสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตหรือการทำงานปกติของโค้ชชี่ (Relevant : ปลุก Passion ปั้น Performance )
• การช่วยให้โค้ชชี่สามารถกำหนดเวลาที่จะเริ่มต้นและดำเนินการให้สำเร็จ (Time Bond)
ส่วนที่ 7 : Real Coaching Using the GROW Model (การปฏิบัติและการนำกระบวนการโค้ชไปใช้ในการกระตุ้นศักยภาพทีมงาน)
• การให้ข้อมูลกฎ-กติกาของการโค้ชให้โค้ชชี่ทราบและเข้าใจ (Ground Rule)
• การประเมินความเป็นตัวตนของโค้ชชี่ได้ (Know Who!)
• การสร้างความไว้วางใจร่วมกันกับโค้ชชี่ได้ (Build Rapport)
• การพาโค้ชชี่กำหนดเป้าหมายการโค้ชได้อย่างชัดเจน (Goal Setting)
• การดำเนินการโค้ชตาม GROW Model ได้ครบทั้งกระบวนการ
• การพาโค้ชชี่สร้างการยืนยันที่สื่อถึงการลงมือทำได้อย่างชัดเจน (New Action Commitment)
• การสร้างแนวทางการติดตามผลการปฏิบัติของการโค้ชร่วมกับโค้ชชี่ได้ (Follow Up)
• The GROW Coaching Model
- G : Goal สามารถพาโค้ชชี่ค้นพบความต้องการที่ชัดเจน มีคุณค่า และเป็นประโยชน์ ส่งผลให้โค้ชชี่มีความพร้อมที่จะตั้งใจหาวิธีการไปสู่เป้าหมายด้วยใจที่มุ่งมั่น
- R : Reality สามารถพาโค้ชชี่สำรวจความเป็นจริงใจปัจจุบันของตนเอง เพื่อให้โค้ชชี่มองเห็นศักยภาพของตนเองในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้ในการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
- O : Option สามารถทำให้โค้ชชี่มองเห็นทางเลือกและวิธีการใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น และมีความพร้อมในการลงมือปฏิบัติ สู่การบรรลุป้าหมาย
- W : Way Forward สามารถทำให้โค้ชชี่ตัดสินใจเลือกวิธีการ ที่อยู่บนพื้นฐานของศักยภาพ และวิธีการที่เหมาะสมสำหรับตนเอง และเกิดความเต็มใจที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่เป้าหมาย
- Case Study : ฝึกวางแผนการโค้ชจากกรณีศึกษาจริง
ส่วนที่ 8 : ทักษะการใช้คำพูดและการสื่อสารเพื่อสร้างความไว้วางใจด้วยหลักการ NVC (Nonviolent Communication)
• สำรวจพฤติกรรมการสื่อสารที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง (โรค 6 B: เบิ้ล-ใบ้-บี้-โบ้ย-บล็อก-เบลม)
• การสื่อสารเพื่อการให้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมความความเป็นจริง
- ข้อสังเกต vs. การตีความ
• การสื่อสารเพื่อบอกและให้ความเข้าใจ
- ความรู้สึก vs. ความคิด
• การสื่อสารเพื่อบอกความต้องการที่แท้จริงและวิธีการที่ต้องการให้ทีมงานตอบสนองอย่างสันติวิธี
- ความต้องการ vs. วิธีการ
• การสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้ทีมงานยินดีทำตามด้วยความเต็มใจ
- การร้องขอ vs. การเรียกร้อง (สั่ง)
• Workshop : 7 ขั้นตอน การสื่อสารเพื่อดูแลความเห็นต่าง เปลี่ยนแปลงความขัดแย้ง โน้มน้าวใจ และสร้างพื้นที่แห่งความไว้ พร้อมทั้งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน (Creative Conflict Facilitation) ผ่านหลักการ NVC (Nonviolent Communication)
• ผู้จัดการ / ผู้บริหาร
• จำนวนรุ่นละ 25-30 คน และสามารถเข้าร่วมอบรมได้เต็มเวลาของหลักสูตร
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร การกระตุ้นและเสริมพลังเพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานด้วยการโค้ช (Encourage And Empower: The Power Of Coaching For Team Empowerment)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training
