อบรมหลักสูตร การบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารในประเทศไทย (Executive Risk Management in Thailand)
รหัสหลักสูตร: 69235
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
ผู้บริหารระดับสูงที่ทำงานในประเทศไทย ต้องทำการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ข้อมูลส่วนบุคคล สัญญา ข้อกำหนดทางกฎหมาย ผู้รับเหมา และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เช่น การเลิกจ้างพนักงาน การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงาน การส่งโอนข้อมูลพนักงานกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น การเริ่มดำเนินงานก่อนลงนามในสัญญา หรือการกลับมาเปิดดำเนินงานหลังเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้บริษัทและผู้บริหารต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎหมาย การเงิน การปฏิบัติการ และชื่อเสียงขององค์กร
หลักสูตรนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารความเสี่ยงหลักที่ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นควรรู้และเข้าใจในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเน้นเรื่องความรับผิดชอบระดับผู้บริหาร (Executive Accountability) สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Signs) การส่งต่อเรื่องตามลำดับขั้นตอนอย่างเหมาะสม (Escalation) การควบคุมเพื่อป้องกัน (Preventive Controls) และการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการนำไปใช้จริงมากกว่าการศึกษานิยามทางกฎหมายเชิงทฤษฎี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้บริหารเข้าใจความเสี่ยงสำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร ข้อมูล กฎหมายและการปฏิบัติตามข้อกำหนด สัญญา ความปลอดภัย และภาวะวิกฤต
2. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบของผู้บริหารในการป้องกันและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
3. เพื่อให้ผู้บริหารสามารถประเมินสถานการณ์ ระบุสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า และตัดสินใจหรือ Escalation ประเด็นความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำแนวทางการควบคุมความเสี่ยงไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานและการตัดสินใจในสถานการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม
ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)
ผู้เข้าร่วมการอบรมจะสามารถระบุการตัดสินใจเกี่ยวกับการจ้างงานที่มีความเสี่ยงสูง เข้าใจข้อกำหนดพื้นฐานของการเลิกจ้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย จำแนกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ทำงาน และสามารถตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของพนักงานได้อย่างถูกต้อง
เนื้อหาหลัก (Key Content)
1.สาระสำคัญของกฎหมายแรงงานไทย (Thai Labor Law Essentials)
• ภาพรวมสิทธิพนักงานและข้อผูกพันของนายจ้างตามกฎหมายไทย
• สัญญาจ้างงาน ข้อบังคับการทำงานของบริษัท และการทดลองงาน
• การบริหารผลการทำงานและการกระทำผิดวินัยของพนักงาน
• การเตือนด้วยวาจาและการเตือนเป็นหนังสือ (หนังสือเตือน)
• ความสำคัญของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ความสม่ำเสมอในการบังคับใช้ และการเปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจง
• การเลิกจ้างแบบจ่ายค่าชดเชย (มีเหตุผล) และการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย (ผิดวินัยร้ายแรง)
• การบอกกล่าวล่วงหน้าและการจ่ายเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ)
• ค่าชดเชยตามกฎหมายตามอายุงาน
• ข้อยกเว้นและเงื่อนไขที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
• ความแตกต่างระหว่าง "ค่าชดเชยตามกฎหมาย" และ "การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม"
• การเยียวยาของศาลแรงงาน (การสั่งให้รับกลับเข้าทำงาน หรือการสั่งให้จ่ายค่าเสียหาย)
• การจ่ายเงินงวดสุดท้าย การออกเอกสาร และการอนุมัติโดยผู้บริหาร
2.การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงาน (Changes to Employment Conditions)
• การลดเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือสวัสดิการ
• การเปลี่ยนแปลงโบนัส เวลาทำงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ หรือสถานที่ทำงาน
• การย้ายแผนก การลดตำแหน่ง การปรับโครงสร้างองค์กร และการเลิกจ้างเนื่องจากเกินความจำเป็น (Redundancy)
• ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงานที่เป็นโทษแก่พนักงานโดยฝ่ายเดียว
• ความสำคัญของการปรึกษาฝ่าย HR และที่ปรึกษากฎหมายก่อนดำเนินการ
3.การคุกคามในสถานที่ทำงาน (Workplace Harassment)
• การคุกคามทางเพศและการคุกคามรูปแบบอื่น (Sexual & Non-sexual Harassment)
• พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางวาจา ร่างกาย จิตวิทยา และช่องทางออนไลน์
• การใช้อำนาจในทางที่ผิด การข่มขู่ และการแก้แค้น (Retaliation)
• คำพูด มุกตลก ข้อความ และกิจกรรมทางสังคมที่ไม่เหมาะสม
• ช่องว่างทางอำนาจ (Power Distance) ระหว่างผู้บริหารและพนักงาน
• ข้อพิจารณาด้านวัฒนธรรมและการสื่อสารระหว่างไทย-ญี่ปุ่น
• การรักษาความลับและการสอบสวนที่เป็นกลาง
• การคุ้มครองผู้ร้องเรียนและพยาน
กรณีศึกษา (Brief Case Study)
ผู้จัดการคลังสินค้าที่มีอายุงาน 11 ปี ถูกกล่าวหาว่าตวาดใส่พนักงานและส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหญิง มีหนังสือร้องเรียน 1 ฉบับ แต่ยังไม่มีการสอบสวนที่เสร็จสิ้น และไม่เคยมีประวัติการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรมาก่อน ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งต้องการไล่เขาออกทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
• ประเด็นอภิปราย: มีประเด็นใดบ้างที่ต้องทำการสอบสวน? การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยสามารถทำได้หรือไม่ตามกฎหมาย? และจะมีแนวทางคุ้มครองผู้ร้องเรียนอย่างไร?
• บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมและพยานหลักฐาน คุ้มครองผู้ร้องเรียน และปรึกษาฝ่าย HR รวมถึงที่ปรึกษากฎหมายก่อนที่จะตัดสินใจลงโทษทางวินัย
ความเสี่ยงด้านข้อมูล (Data Risk) กฎหมาย PDPA ของไทยและการจัดการเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล
ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)
ผู้เข้าร่วมการอบรมจะเข้าใจความรับผิดชอบของตนภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทย และสามารถสั่งการหรือรับมือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้อง
เนื้อหาหลัก (Key Content)
1.พื้นฐานกฎหมาย PDPA (PDPA Fundamentals)
• ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data)
• เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject), ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) และผู้จัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)
• การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การเก็บรักษา และการทำลายข้อมูล
• ฐานทางกฎหมาย (Lawful Bases) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
• ข้อจำกัดของการยินยอม (Consent) จากพนักงาน
• การจำกัดวัตถุประสงค์ (Purpose Limitation) และการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Data Minimization)
• ความปลอดภัย การควบคุมการเข้าถึง และความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Accountability)
2.ข้อมูลในธุรกิจโลจิสติกส์ (Data in Logistics Operations)
• ข้อมูลพนักงาน ผู้สมัครงาน ลูกค้า พนักงานขับรถ และผู้ให้บริการ (Vendors)
• เอกสารระบุตัวตน รายละเอียดบัญชีธนาคาร และข้อมูลทางการแพทย์
• ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV), ระบบ GPS, บัตรผ่านเข้า-ออก และข้อมูลชีวมิติ (Biometrics)
• การติดตามและตรวจสอบยานพาหนะรวมถึงพนักงาน
• การใช้งานอีเมล อุปกรณ์พกพา ระบบคลาวด์ และแอปพลิเคชันส่งข้อความ
• การประมวลผลข้อมูลโดยบุคคลที่สามและความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ
3.การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ (Cross-Border Data Transfer)
• การส่งหรือโอนข้อมูลพนักงานและข้อมูลทางธุรกิจจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่น
• การแบ่งปันข้อมูลภายในกลุ่มบริษัท
• แพลตฟอร์มคลาวด์ต่างประเทศและระบบ HR ระดับภูมิภาค
• ความรับผิดชอบของนิติบุคคลในไทยและนิติบุคคลต่างประเทศ
• มาตรการคุ้มครองการโอนข้อมูล สัญญา และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง
4.การรับมือเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล (Data-Breach Response)
• การสูญหายของอุปกรณ์หรือเอกสาร
• การส่งอีเมลผิดคนและการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
• การโจมตีทางไซเบอร์ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) และการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
• การควบคุมความเสียหายและการเก็บรักษาหลักฐาน
• การระบุข้อมูลและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ
• การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
• การแจ้งเตือนหน่วยงานกำกับดูแลโดยไม่ล่าช้า (และภายใน 72 ชั่วโมงหากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด)
• การแจ้งเตือนเจ้าของข้อมูลในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง
• การประสานงานระหว่างฝ่าย IT, เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO), ฝ่ายกฎหมาย, ฝ่าย HR และฝ่ายสื่อสารองค์กร
• การดำเนินการแก้ไขและการป้องกันในอนาคต
กรณีศึกษา (Brief Case Study)
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลสูญหายในรถแท็กซี่ ภายในเครื่องมีข้อมูลเอกสารระบุตัวตน เงินเดือน บัญชีธนาคาร และข้อมูลทางการแพทย์ของพนักงานจำนวน 850 คน นอกจากนี้ ข้อมูลบางส่วนยังเคยถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว
• ประเด็นอภิปราย: ผู้บริหารควรดำเนินการอย่างไรภายใน 2 ชั่วโมงแรก? จำเป็นต้องแจ้งเตือนหน่วยงานกำกับดูแลหรือพนักงานหรือไม่? และมีประเด็นการโอนข้อมูลข้ามแดนใดบ้างที่ต้องตรวจสอบ?
• บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): อย่ารอจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่แน่นอน ให้เร่งควบคุมความเสียหายทันที เก็บรักษาหลักฐาน ประเมินความเสี่ยง บันทึกทุกการตัดสินใจ และเริ่มกระบวนการประเมินการแจ้งเตือนโดยทันที
ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Legal and Compliance Risk)
ใบอนุญาต สัญญา อำนาจดำเนินการ และบุคคลที่สาม
ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)
ผู้เข้าร่วมการอบรมจะสามารถระบุความเสี่ยงสำคัญด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและสัญญา เข้าใจถึงอันตรายของการผูกพันข้อตกลงโดยไม่มีอำนาจ และระบุมาตรการควบคุมขั้นต่ำที่จำเป็นต้องมีก่อนเริ่มดำเนินงานได้
เนื้อหาหลัก (Key Content)
1.การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (Regulatory Compliance)
• ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ การจดทะเบียน ใบอนุญาตทำงาน และการอนุมัติต่างๆ ตามกฎหมาย
• การปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต
• ข้อกำหนดเกี่ยวกับยานพาหนะ พนักงานขับรถ คลังสินค้า และการปฏิบัติงาน
• ความเสี่ยงจากการใช้ใบอนุญาตที่หมดอายุหรือเอกสารอนุมัติที่ไม่สมบูรณ์
• การจัดเก็บบันทึกและพยานหลักฐานแสดงการปฏิบัติตามกฎหมาย
• การกำกับดูแลของผู้บริหาร การรายงานผล และการดำเนินการแก้ไข
• การมอบหมายงาน (Delegated Tasks) เทียบกับความรับผิดชอบของผู้บริหารที่ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ (Management Accountability)
2.การทำสัญญาและอำนาจอนุมัติ (Contract Formation and Authority)
• คำมั่นสัญญาทางวาจา การอนุมัติผ่านอีเมล ใบเสนอราคา และใบสั่งซื้อ (PO)
• ความเสี่ยงในการก่อให้เกิดภาระผูกพันทางกฎหมายก่อนการลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ
• ข้อขัดแย้งในข้อกำหนดและเงื่อนไขมาตรฐาน (Battle of Forms)
• อำนาจในการเจรจา เทียบกับ อำนาจในการผูกพันบริษัทตามกฎหมาย
• ข้อกำหนดตามตารางดำเนินการและอำนาจอนุมัติ (Delegation of Authority - DOA)
• ความเสี่ยงของการเริ่มดำเนินงานก่อนได้รับอนุมัติขั้นสุดท้าย
3.ข้อกำหนดสำคัญในสัญญา (Critical Contract Provisions)
• ขอบเขตงาน ราคา เงื่อนไขการชำระเงิน และมาตรฐานการให้บริการ (SLA)
• การสูญหาย ความเสียหายของสินค้า และการส่งมอบล่าช้า
• ความรับผิดชอบ การชดใช้ค่าเสียหาย การรับประกัน และการประกันภัย
• การรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
• การจ้างผู้รับเหมาช่วง (Subcontracting) และความรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม
• การเลิกสัญญา การระงับข้อพิพาท และกฎหมายที่ใช้บังคับ
• การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา การหมดอายุและการต่ออายุสัญญา
4.การกำกับดูแลผู้รับเหมาและผู้ให้บริการ (Contractor and Vendor Compliance)
• การคัดกรองคุณสมบัติและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือเบื้องต้น (Due Diligence)
• ใบอนุญาต การประกันภัย ศักยภาพทางการเงิน และประวัติความปลอดภัย
• ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) การให้ของขวัญ และการจ่ายเงินที่ไม่เหมาะสม
• การจ้างช่วงที่ไม่ได้รับอนุญาต
• สิทธิในการติดตาม ตรวจสอบ รายงานผล และเข้าตรวจประเมิน (Audit Rights)
• ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่เกิดจากการกระทำของบุคคลที่สาม
คำถามสำคัญสำหรับผู้บริหารก่อนการอนุมัติ (Executive Approval Questions)
ก่อนอนุมัติให้เริ่มดำเนินงาน ผู้บริหารควรถามคำถามดังต่อไปนี้:
• ใบอนุญาตและการอนุมัติตามกฎหมายทั้งหมดมีผลบังคับใช้และถูกต้องหรือไม่?
• ธุรกรรมนี้ได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงแล้วหรือไม่?
• ขอบเขตงาน ราคา และความรับผิดชอบ มีความชัดเจนแล้วหรือไม่?
• ใครเป็นผู้รับความเสี่ยงกรณีเกิดความล่าช้า สินค้าเสียหาย หรือบริการล้มเหลว?
• กรมธรรม์ประกันภัยมีผลคุ้มครองและมีวงเงินเพียงพอหรือไม่?
• มีมาตรการควบคุมผู้รับเหมาหลักและผู้รับเหมาช่วงอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง?
• ได้รวมข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การรักษาความลับ และ PDPA แล้วหรือยัง?
• การตัดสินใจนี้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่?
กรณีศึกษา (Brief Case Study)
ลูกค้ารายใหญ่ขอให้บริษัทเปิดเส้นทางขนส่งใหม่ในวันรุ่งขึ้นทันที แต่สัญญาการให้บริการยังไม่ได้ลงนาม เงื่อนไขความรับผิดชอบทางกฎหมายยังหาข้อสรุปไม่ได้ และประกันภัยของผู้รับเหมาช่วงได้หมดอายุลงแล้ว
• ประเด็นอภิปราย: สามารถเริ่มงานได้หรือไม่? เงื่อนไขขั้นต่ำใดที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน? และใครคือผู้มีอำนาจในการยอมรับความเสี่ยงนี้?
• บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): ความเร่งด่วนทางธุรกิจไม่สามารถยกเว้นความรับผิดชอบทางกฎหมายได้ การปฏิบัติงานควรถือปฏิบัติก็ต่อเมื่อมาตรการควบคุมสำคัญด้านกฎหมาย ใบอนุญาต ประกันภัย สัญญา และความปลอดภัย ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและวิกฤตการณ์ (Safety and Crisis Risk) ภาวะผู้นำด้านความปลอดภัยของผู้บริหารและการบริหารจัดการผู้รับเหมา
ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)
ผู้เข้าร่วมการอบรมจะเข้าใจความรับผิดชอบของผู้บริหารด้านความปลอดภัย สามารถระบุความเสี่ยงของอุบัติเหตุร้ายแรง เสริมสร้างการควบคุมผู้รับเหมาให้เข้มแข็ง และสามารถสั่งการหรือรับมือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง
เนื้อหาหลัก (Key Content)
1.กฎหมายความปลอดภัยและความรับผิดชอบของผู้บริหาร (Safety Law and Executive Responsibility)
• ภาพรวมข้อกำหนดด้านความปลอดภัย อภิบาล และอาชีวอนามัยในการทำงานของประเทศไทย
• หน้าที่ของนายจ้างในการจัดให้มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
• บทบาทของผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.)
• การมอบหมายหน้าที่ด้านความปลอดภัย เทียบกับ การกำกับดูแลที่ผู้บริหารยังคงต้องรับผิดชอบ
• ทรัพยากรด้านความปลอดภัย การฝึกอบรม การกำกับดูแล และการสื่อสาร
• อำนาจในการสั่งหยุดงาน (Stop-Work Authority) และการรายงานโดยพนักงาน
• ผลกระทบและโทษจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย
2.การป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง (Prevention of Serious Accidents)
• การแบ่งแยกเส้นทางสัญจรของรถและคนเดินเท้า
• การขึ้น-ลงสินค้า และการปฏิบัติงานกับรถโฟล์คลิฟต์
• ความอ่อนล้าของผู้ขับขี่และการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมง
• ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ชำรุดหรือไม่สมบูรณ์
• งานบำรุงรักษาที่มีความเสี่ยงสูงและการควบคุมระบบใบอนุญาตทำงาน (Permit-to-Work)
• การรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near-Miss) และการดำเนินการแก้ไข
• แรงกดดันด้านผลผลิตและการประนีประนอมที่ส่งผลต่อความไม่ปลอดภัย
• ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Leading Indicators) และเชิงผลลัพธ์ (Lagging Indicators)
3.ความปลอดภัยของผู้รับเหมาและผู้ให้บริการ (Contractor and Vendor Safety)
• การคัดกรองคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของผู้รับเหมาเบื้องต้น
• ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
• การปฐมนิเทศ การฝึกอบรม และการกำกับดูแล
• ประกันภัยและคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด
• การอนุมัติผู้รับเหมาช่วง (Subcontractor Approval)
• การสื่อสารและอุปสรรคทางด้านภาษา
• ความเสี่ยงในพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกัน (Shared-Workplace Risks)
• การรายงานอุบัติเหตุและการติดตามผลของผู้รับเหมา
4.การรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและสถานการณ์วิกฤต (Serious Accident and Crisis Response)
• การปกป้องชีวิตและการแจ้งหน่วยบริการฉุกเฉิน
• การหยุดและแยกส่วนการปฏิบัติงานที่เสี่ยงอันตราย (Isolate Operations)
• การป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายเพิ่มเติม
• การเปิดใช้งานโครงสร้างการบริหารจัดการวิกฤต (Crisis Management Structure)
• การรักษาสภาพที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิด บันทึกข้อมูล และพยานหลักฐานทางวัตถุ
• การรายงานและการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
• การสื่อสารกับพนักงาน ครอบครัว ลูกค้า และสื่อมวลชน
• การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ได้รับบาดเจ็บ
• เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ก่อนกลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้ง
• การวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง (Root-Cause Analysis) การดำเนินการแก้ไข และบทเรียนที่ได้รับ
กรณีศึกษา (Brief Case Study)
พนักงานของผู้รับเหมาถูกรถเทรลเลอร์ถอยทับ เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near-Miss) ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการแก้ไข เส้นทางเดินเท้าถูกปิดกั้น และสัญญาณเสียงถอยหลังของรถอาจชำรุด ในขณะเดียวกัน ลูกค้าเรียกร้องให้กลับมาเปิดดำเนินการขนส่งต่อภายใน 1 ชั่วโมง
• ประเด็นอภิปราย: สิ่งใดคือสิ่งที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก? การมีสถานะเป็น "ผู้รับเหมา" ช่วยตัดความรับผิดชอบของบริษัทออกไปได้หรือไม่? และใครคือผู้มีอำนาจในการอนุมัติให้กลับมาเปิดดำเนินงานได้?
• บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): ปกป้องชีวิต หยุดอันตราย รักษาสภาพหลักฐาน แจ้งผู้เกี่ยวข้องตามลำดับ และเริ่มดำเนินงานใหม่เมื่อควบคุมความเสี่ยงได้แล้ว พร้อมทั้งมีการบันทึกการตัดสินใจไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการเท่านั้น
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร การบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารในประเทศไทย (Executive Risk Management in Thailand)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training


