อบรมหลักสูตร การบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารในประเทศไทย (Executive Risk Management in Thailand)

รหัสหลักสูตร: 69235

จำนวนคนดู 26 ครั้ง
การบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารในประเทศไทย (Executive Risk Management in Thailand)
รอบที่

-

ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้

ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่

หลักการและเหตุผล

     ผู้บริหารระดับสูงที่ทำงานในประเทศไทย ต้องทำการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ข้อมูลส่วนบุคคล สัญญา ข้อกำหนดทางกฎหมาย ผู้รับเหมา และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เช่น การเลิกจ้างพนักงาน การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงาน การส่งโอนข้อมูลพนักงานกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น การเริ่มดำเนินงานก่อนลงนามในสัญญา หรือการกลับมาเปิดดำเนินงานหลังเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้บริษัทและผู้บริหารต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎหมาย การเงิน การปฏิบัติการ และชื่อเสียงขององค์กร

     หลักสูตรนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารความเสี่ยงหลักที่ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นควรรู้และเข้าใจในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเน้นเรื่องความรับผิดชอบระดับผู้บริหาร (Executive Accountability) สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Signs) การส่งต่อเรื่องตามลำดับขั้นตอนอย่างเหมาะสม (Escalation) การควบคุมเพื่อป้องกัน (Preventive Controls) และการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการนำไปใช้จริงมากกว่าการศึกษานิยามทางกฎหมายเชิงทฤษฎี

วัตถุประสงค์

     1.      เพื่อให้ผู้บริหารเข้าใจความเสี่ยงสำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร ข้อมูล กฎหมายและการปฏิบัติตามข้อกำหนด สัญญา ความปลอดภัย และภาวะวิกฤต

     2.      เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบของผู้บริหารในการป้องกันและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

     3.      เพื่อให้ผู้บริหารสามารถประเมินสถานการณ์ ระบุสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า และตัดสินใจหรือ Escalation ประเด็นความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     4.      เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำแนวทางการควบคุมความเสี่ยงไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานและการตัดสินใจในสถานการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม

หัวข้ออบรมสัมมนา
ความเสี่ยงด้านบุคลากร (Human Risk) กฎหมายแรงงานไทยและการคุกคามในสถานที่ทำงาน

ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)

     ผู้เข้าร่วมการอบรมจะสามารถระบุการตัดสินใจเกี่ยวกับการจ้างงานที่มีความเสี่ยงสูง เข้าใจข้อกำหนดพื้นฐานของการเลิกจ้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย จำแนกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ทำงาน และสามารถตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของพนักงานได้อย่างถูกต้อง

เนื้อหาหลัก (Key Content)

1.สาระสำคัญของกฎหมายแรงงานไทย (Thai Labor Law Essentials)

     •      ภาพรวมสิทธิพนักงานและข้อผูกพันของนายจ้างตามกฎหมายไทย

     •      สัญญาจ้างงาน ข้อบังคับการทำงานของบริษัท และการทดลองงาน

     •      การบริหารผลการทำงานและการกระทำผิดวินัยของพนักงาน

     •      การเตือนด้วยวาจาและการเตือนเป็นหนังสือ (หนังสือเตือน)

     •      ความสำคัญของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ความสม่ำเสมอในการบังคับใช้ และการเปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจง

     •      การเลิกจ้างแบบจ่ายค่าชดเชย (มีเหตุผล) และการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย (ผิดวินัยร้ายแรง)

     •      การบอกกล่าวล่วงหน้าและการจ่ายเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ)

     •      ค่าชดเชยตามกฎหมายตามอายุงาน

     •      ข้อยกเว้นและเงื่อนไขที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

     •      ความแตกต่างระหว่าง "ค่าชดเชยตามกฎหมาย" และ "การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม"

     •      การเยียวยาของศาลแรงงาน (การสั่งให้รับกลับเข้าทำงาน หรือการสั่งให้จ่ายค่าเสียหาย)

     •      การจ่ายเงินงวดสุดท้าย การออกเอกสาร และการอนุมัติโดยผู้บริหาร

2.การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงาน (Changes to Employment Conditions)

     •      การลดเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือสวัสดิการ

     •      การเปลี่ยนแปลงโบนัส เวลาทำงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ หรือสถานที่ทำงาน

     •      การย้ายแผนก การลดตำแหน่ง การปรับโครงสร้างองค์กร และการเลิกจ้างเนื่องจากเกินความจำเป็น (Redundancy)

     •      ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงานที่เป็นโทษแก่พนักงานโดยฝ่ายเดียว

     •      ความสำคัญของการปรึกษาฝ่าย HR และที่ปรึกษากฎหมายก่อนดำเนินการ

3.การคุกคามในสถานที่ทำงาน (Workplace Harassment)

     •      การคุกคามทางเพศและการคุกคามรูปแบบอื่น (Sexual & Non-sexual Harassment)

     •      พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางวาจา ร่างกาย จิตวิทยา และช่องทางออนไลน์

     •      การใช้อำนาจในทางที่ผิด การข่มขู่ และการแก้แค้น (Retaliation)

     •      คำพูด มุกตลก ข้อความ และกิจกรรมทางสังคมที่ไม่เหมาะสม

     •      ช่องว่างทางอำนาจ (Power Distance) ระหว่างผู้บริหารและพนักงาน

     •      ข้อพิจารณาด้านวัฒนธรรมและการสื่อสารระหว่างไทย-ญี่ปุ่น

     •      การรักษาความลับและการสอบสวนที่เป็นกลาง

     •      การคุ้มครองผู้ร้องเรียนและพยาน

กรณีศึกษา (Brief Case Study)

ผู้จัดการคลังสินค้าที่มีอายุงาน 11 ปี ถูกกล่าวหาว่าตวาดใส่พนักงานและส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหญิง มีหนังสือร้องเรียน 1 ฉบับ แต่ยังไม่มีการสอบสวนที่เสร็จสิ้น และไม่เคยมีประวัติการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรมาก่อน ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งต้องการไล่เขาออกทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

     •      ประเด็นอภิปราย: มีประเด็นใดบ้างที่ต้องทำการสอบสวน? การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยสามารถทำได้หรือไม่ตามกฎหมาย? และจะมีแนวทางคุ้มครองผู้ร้องเรียนอย่างไร?

     •      บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมและพยานหลักฐาน คุ้มครองผู้ร้องเรียน และปรึกษาฝ่าย HR รวมถึงที่ปรึกษากฎหมายก่อนที่จะตัดสินใจลงโทษทางวินัย

ความเสี่ยงด้านข้อมูล (Data Risk) กฎหมาย PDPA ของไทยและการจัดการเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล

ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)

     ผู้เข้าร่วมการอบรมจะเข้าใจความรับผิดชอบของตนภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทย และสามารถสั่งการหรือรับมือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้อง

เนื้อหาหลัก (Key Content)

1.พื้นฐานกฎหมาย PDPA (PDPA Fundamentals)

     •      ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data)

     •      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject), ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) และผู้จัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)

     •      การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การเก็บรักษา และการทำลายข้อมูล

     •      ฐานทางกฎหมาย (Lawful Bases) ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

     •      ข้อจำกัดของการยินยอม (Consent) จากพนักงาน

     •      การจำกัดวัตถุประสงค์ (Purpose Limitation) และการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Data Minimization)

     •      ความปลอดภัย การควบคุมการเข้าถึง และความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Accountability)

2.ข้อมูลในธุรกิจโลจิสติกส์ (Data in Logistics Operations)

     •      ข้อมูลพนักงาน ผู้สมัครงาน ลูกค้า พนักงานขับรถ และผู้ให้บริการ (Vendors)

     •      เอกสารระบุตัวตน รายละเอียดบัญชีธนาคาร และข้อมูลทางการแพทย์

     •      ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV), ระบบ GPS, บัตรผ่านเข้า-ออก และข้อมูลชีวมิติ (Biometrics)

     •      การติดตามและตรวจสอบยานพาหนะรวมถึงพนักงาน

     •      การใช้งานอีเมล อุปกรณ์พกพา ระบบคลาวด์ และแอปพลิเคชันส่งข้อความ

     •      การประมวลผลข้อมูลโดยบุคคลที่สามและความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ

3.การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ (Cross-Border Data Transfer)

     •      การส่งหรือโอนข้อมูลพนักงานและข้อมูลทางธุรกิจจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่น

     •      การแบ่งปันข้อมูลภายในกลุ่มบริษัท

     •      แพลตฟอร์มคลาวด์ต่างประเทศและระบบ HR ระดับภูมิภาค

     •      ความรับผิดชอบของนิติบุคคลในไทยและนิติบุคคลต่างประเทศ

     •      มาตรการคุ้มครองการโอนข้อมูล สัญญา และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง

4.การรับมือเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล (Data-Breach Response)

     •      การสูญหายของอุปกรณ์หรือเอกสาร

     •      การส่งอีเมลผิดคนและการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

     •      การโจมตีทางไซเบอร์ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) และการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

     •      การควบคุมความเสียหายและการเก็บรักษาหลักฐาน

     •      การระบุข้อมูลและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ

     •      การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

     •      การแจ้งเตือนหน่วยงานกำกับดูแลโดยไม่ล่าช้า (และภายใน 72 ชั่วโมงหากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด)

     •      การแจ้งเตือนเจ้าของข้อมูลในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง

     •      การประสานงานระหว่างฝ่าย IT, เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO), ฝ่ายกฎหมาย, ฝ่าย HR และฝ่ายสื่อสารองค์กร

     •      การดำเนินการแก้ไขและการป้องกันในอนาคต

กรณีศึกษา (Brief Case Study)

     คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลสูญหายในรถแท็กซี่ ภายในเครื่องมีข้อมูลเอกสารระบุตัวตน เงินเดือน บัญชีธนาคาร และข้อมูลทางการแพทย์ของพนักงานจำนวน 850 คน นอกจากนี้ ข้อมูลบางส่วนยังเคยถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว

     •      ประเด็นอภิปราย: ผู้บริหารควรดำเนินการอย่างไรภายใน 2 ชั่วโมงแรก? จำเป็นต้องแจ้งเตือนหน่วยงานกำกับดูแลหรือพนักงานหรือไม่? และมีประเด็นการโอนข้อมูลข้ามแดนใดบ้างที่ต้องตรวจสอบ?

     •      บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): อย่ารอจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่แน่นอน ให้เร่งควบคุมความเสียหายทันที เก็บรักษาหลักฐาน ประเมินความเสี่ยง บันทึกทุกการตัดสินใจ และเริ่มกระบวนการประเมินการแจ้งเตือนโดยทันที

ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Legal and Compliance Risk)

ใบอนุญาต สัญญา อำนาจดำเนินการ และบุคคลที่สาม

ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)

     ผู้เข้าร่วมการอบรมจะสามารถระบุความเสี่ยงสำคัญด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและสัญญา เข้าใจถึงอันตรายของการผูกพันข้อตกลงโดยไม่มีอำนาจ และระบุมาตรการควบคุมขั้นต่ำที่จำเป็นต้องมีก่อนเริ่มดำเนินงานได้

เนื้อหาหลัก (Key Content)

1.การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (Regulatory Compliance)

     •      ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ การจดทะเบียน ใบอนุญาตทำงาน และการอนุมัติต่างๆ ตามกฎหมาย

     •      การปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต

     •      ข้อกำหนดเกี่ยวกับยานพาหนะ พนักงานขับรถ คลังสินค้า และการปฏิบัติงาน

     •      ความเสี่ยงจากการใช้ใบอนุญาตที่หมดอายุหรือเอกสารอนุมัติที่ไม่สมบูรณ์

     •      การจัดเก็บบันทึกและพยานหลักฐานแสดงการปฏิบัติตามกฎหมาย

     •      การกำกับดูแลของผู้บริหาร การรายงานผล และการดำเนินการแก้ไข

     •      การมอบหมายงาน (Delegated Tasks) เทียบกับความรับผิดชอบของผู้บริหารที่ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ (Management Accountability)

2.การทำสัญญาและอำนาจอนุมัติ (Contract Formation and Authority)

     •      คำมั่นสัญญาทางวาจา การอนุมัติผ่านอีเมล ใบเสนอราคา และใบสั่งซื้อ (PO)

     •      ความเสี่ยงในการก่อให้เกิดภาระผูกพันทางกฎหมายก่อนการลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ

     •      ข้อขัดแย้งในข้อกำหนดและเงื่อนไขมาตรฐาน (Battle of Forms)

     •      อำนาจในการเจรจา เทียบกับ อำนาจในการผูกพันบริษัทตามกฎหมาย

     •      ข้อกำหนดตามตารางดำเนินการและอำนาจอนุมัติ (Delegation of Authority - DOA)

     •      ความเสี่ยงของการเริ่มดำเนินงานก่อนได้รับอนุมัติขั้นสุดท้าย

3.ข้อกำหนดสำคัญในสัญญา (Critical Contract Provisions)

     •      ขอบเขตงาน ราคา เงื่อนไขการชำระเงิน และมาตรฐานการให้บริการ (SLA)

     •      การสูญหาย ความเสียหายของสินค้า และการส่งมอบล่าช้า

     •      ความรับผิดชอบ การชดใช้ค่าเสียหาย การรับประกัน และการประกันภัย

     •      การรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

     •      การจ้างผู้รับเหมาช่วง (Subcontracting) และความรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม

     •      การเลิกสัญญา การระงับข้อพิพาท และกฎหมายที่ใช้บังคับ

     •      การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา การหมดอายุและการต่ออายุสัญญา

4.การกำกับดูแลผู้รับเหมาและผู้ให้บริการ (Contractor and Vendor Compliance)

     •      การคัดกรองคุณสมบัติและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือเบื้องต้น (Due Diligence)

     •      ใบอนุญาต การประกันภัย ศักยภาพทางการเงิน และประวัติความปลอดภัย

     •      ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) การให้ของขวัญ และการจ่ายเงินที่ไม่เหมาะสม

     •      การจ้างช่วงที่ไม่ได้รับอนุญาต

     •      สิทธิในการติดตาม ตรวจสอบ รายงานผล และเข้าตรวจประเมิน (Audit Rights)

     •      ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่เกิดจากการกระทำของบุคคลที่สาม

คำถามสำคัญสำหรับผู้บริหารก่อนการอนุมัติ (Executive Approval Questions)

ก่อนอนุมัติให้เริ่มดำเนินงาน ผู้บริหารควรถามคำถามดังต่อไปนี้:

     •      ใบอนุญาตและการอนุมัติตามกฎหมายทั้งหมดมีผลบังคับใช้และถูกต้องหรือไม่?

     •      ธุรกรรมนี้ได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงแล้วหรือไม่?

     •      ขอบเขตงาน ราคา และความรับผิดชอบ มีความชัดเจนแล้วหรือไม่?

     •      ใครเป็นผู้รับความเสี่ยงกรณีเกิดความล่าช้า สินค้าเสียหาย หรือบริการล้มเหลว?

     •      กรมธรรม์ประกันภัยมีผลคุ้มครองและมีวงเงินเพียงพอหรือไม่?

     •      มีมาตรการควบคุมผู้รับเหมาหลักและผู้รับเหมาช่วงอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง?

     •      ได้รวมข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การรักษาความลับ และ PDPA แล้วหรือยัง?

     •      การตัดสินใจนี้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่?

กรณีศึกษา (Brief Case Study)

     ลูกค้ารายใหญ่ขอให้บริษัทเปิดเส้นทางขนส่งใหม่ในวันรุ่งขึ้นทันที แต่สัญญาการให้บริการยังไม่ได้ลงนาม เงื่อนไขความรับผิดชอบทางกฎหมายยังหาข้อสรุปไม่ได้ และประกันภัยของผู้รับเหมาช่วงได้หมดอายุลงแล้ว

     •      ประเด็นอภิปราย: สามารถเริ่มงานได้หรือไม่? เงื่อนไขขั้นต่ำใดที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน? และใครคือผู้มีอำนาจในการยอมรับความเสี่ยงนี้?

     •      บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): ความเร่งด่วนทางธุรกิจไม่สามารถยกเว้นความรับผิดชอบทางกฎหมายได้ การปฏิบัติงานควรถือปฏิบัติก็ต่อเมื่อมาตรการควบคุมสำคัญด้านกฎหมาย ใบอนุญาต ประกันภัย สัญญา และความปลอดภัย ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและวิกฤตการณ์ (Safety and Crisis Risk) ภาวะผู้นำด้านความปลอดภัยของผู้บริหารและการบริหารจัดการผู้รับเหมา

ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)

     ผู้เข้าร่วมการอบรมจะเข้าใจความรับผิดชอบของผู้บริหารด้านความปลอดภัย สามารถระบุความเสี่ยงของอุบัติเหตุร้ายแรง เสริมสร้างการควบคุมผู้รับเหมาให้เข้มแข็ง และสามารถสั่งการหรือรับมือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง

เนื้อหาหลัก (Key Content)

1.กฎหมายความปลอดภัยและความรับผิดชอบของผู้บริหาร (Safety Law and Executive Responsibility)

     •      ภาพรวมข้อกำหนดด้านความปลอดภัย อภิบาล และอาชีวอนามัยในการทำงานของประเทศไทย

     •      หน้าที่ของนายจ้างในการจัดให้มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย

     •      บทบาทของผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.)

     •      การมอบหมายหน้าที่ด้านความปลอดภัย เทียบกับ การกำกับดูแลที่ผู้บริหารยังคงต้องรับผิดชอบ

     •      ทรัพยากรด้านความปลอดภัย การฝึกอบรม การกำกับดูแล และการสื่อสาร

     •      อำนาจในการสั่งหยุดงาน (Stop-Work Authority) และการรายงานโดยพนักงาน

     •      ผลกระทบและโทษจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย

2.การป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง (Prevention of Serious Accidents)

     •      การแบ่งแยกเส้นทางสัญจรของรถและคนเดินเท้า

     •      การขึ้น-ลงสินค้า และการปฏิบัติงานกับรถโฟล์คลิฟต์

     •      ความอ่อนล้าของผู้ขับขี่และการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมง

     •      ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ชำรุดหรือไม่สมบูรณ์

     •      งานบำรุงรักษาที่มีความเสี่ยงสูงและการควบคุมระบบใบอนุญาตทำงาน (Permit-to-Work)

     •      การรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near-Miss) และการดำเนินการแก้ไข

     •      แรงกดดันด้านผลผลิตและการประนีประนอมที่ส่งผลต่อความไม่ปลอดภัย

     •      ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Leading Indicators) และเชิงผลลัพธ์ (Lagging Indicators)

3.ความปลอดภัยของผู้รับเหมาและผู้ให้บริการ (Contractor and Vendor Safety)

     •      การคัดกรองคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของผู้รับเหมาเบื้องต้น

     •      ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงาน

     •      การปฐมนิเทศ การฝึกอบรม และการกำกับดูแล

     •      ประกันภัยและคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด

     •      การอนุมัติผู้รับเหมาช่วง (Subcontractor Approval)

     •      การสื่อสารและอุปสรรคทางด้านภาษา

     •      ความเสี่ยงในพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกัน (Shared-Workplace Risks)

     •      การรายงานอุบัติเหตุและการติดตามผลของผู้รับเหมา

4.การรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและสถานการณ์วิกฤต (Serious Accident and Crisis Response)

     •      การปกป้องชีวิตและการแจ้งหน่วยบริการฉุกเฉิน

     •      การหยุดและแยกส่วนการปฏิบัติงานที่เสี่ยงอันตราย (Isolate Operations)

     •      การป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายเพิ่มเติม

     •      การเปิดใช้งานโครงสร้างการบริหารจัดการวิกฤต (Crisis Management Structure)

     •      การรักษาสภาพที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิด บันทึกข้อมูล และพยานหลักฐานทางวัตถุ

     •      การรายงานและการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

     •      การสื่อสารกับพนักงาน ครอบครัว ลูกค้า และสื่อมวลชน

     •      การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ได้รับบาดเจ็บ

     •      เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ก่อนกลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้ง

     •      การวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง (Root-Cause Analysis) การดำเนินการแก้ไข และบทเรียนที่ได้รับ

กรณีศึกษา (Brief Case Study)

     พนักงานของผู้รับเหมาถูกรถเทรลเลอร์ถอยทับ เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near-Miss) ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการแก้ไข เส้นทางเดินเท้าถูกปิดกั้น และสัญญาณเสียงถอยหลังของรถอาจชำรุด ในขณะเดียวกัน ลูกค้าเรียกร้องให้กลับมาเปิดดำเนินการขนส่งต่อภายใน 1 ชั่วโมง

     •      ประเด็นอภิปราย: สิ่งใดคือสิ่งที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก? การมีสถานะเป็น "ผู้รับเหมา" ช่วยตัดความรับผิดชอบของบริษัทออกไปได้หรือไม่? และใครคือผู้มีอำนาจในการอนุมัติให้กลับมาเปิดดำเนินงานได้?

     •      บทเรียนสำคัญ (Key Lesson): ปกป้องชีวิต หยุดอันตราย รักษาสภาพหลักฐาน แจ้งผู้เกี่ยวข้องตามลำดับ และเริ่มดำเนินงานใหม่เมื่อควบคุมความเสี่ยงได้แล้ว พร้อมทั้งมีการบันทึกการตัดสินใจไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการเท่านั้น

วิทยากร
ภาษาในการบรรยาย
ไทย
ประกาศนียบัตร

สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อย่าลืมบอกผู้จัดงานว่าเห็นประกาศจากเวป "สัมมนาดีดี" นะคะ
ชื่อหน่วยงาน/บริษัท:SeminarDD Academy
ชื่อผู้ประสานงาน:ผู้จัดงาน
เบอร์โทรศัพท์ :097-474-6644

หากท่านต้องการสมัคร การบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารในประเทศไทย (Executive Risk Management in Thailand)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้


ค่าฝึกอบรมสามารถหักค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ 200%
ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd

หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

คำค้นประกาศนี้ Tags: การบริหารความเสี่ยง, Executive Risk Management, Risk Management, ผู้บริหาร, Executive

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด