หลักสูตร จิตวิทยาการบริหารและศิลปะการเป็นหัวหน้างาน (Management Psychology for Supervisory) หลักสูตร 2 วัน
รหัสหลักสูตร: 68156
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
หลักการและเหตุผล
การเป็นหัวหน้างานที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากทุกคนในองค์การ ไม่ใช่การเรียนรู้ลองผิดลองถูก จำต้องอาศัยองค์ ความรู้ (Knowledge) ทักษะ(Skill) คุณลักษณะและทัศนคติ(Attribute & Attitude) ที่ถูกต้องในการเสริมสร้างสมรรถนะ (Competencies) ที่สอดคล้องกับตำแหน่งหน้าที่ เพื่อปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายที่องค์กรกำหนดไว้
การเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ที่เป็นหัวหน้างานจะเป็นบุคคลที่มีบทบาทมากในทีมที่เขาดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลสำเร็จของงาน หรือเรื่องการบริหารคน ในหลายองค์กรก็มีการพัฒนาพนักงานก่อนที่จะเลื่อนให้เป็นหัวหน้างาน แต่บางบริษัทก็ไม่มีการพัฒนาก่อนล่วงหน้า อาศัยให้เรียนรู้จากการเป็นหัวหน้าจริงๆ ซึ่งผลที่ออกมาก็อาจจะไม่ค่อยดีนัก เพราะหัวหน้างานที่ไม่ได้รับการเตรียมตัวที่ดีนั้น มักจะกลายเป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆ ในการบริหารงานและบริหารคนในทีมงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย จนมีบางคนเคยถามว่า การเป็นหัวหน้าหรือการเป็นผู้นำนี้ต้องเรียนกันด้วยหรือ
ซึ่งที่จริงแล้ว คนเรารู้วิธีการดูแลคนอื่นดีอยู่แล้ว เพียงแต่บางคนอาจจะไม่เห็นความสำคัญ หรือมองข้ามเรื่องนี้ไปเลย ดังนั้นการฝึกอบรมเรื่องของหัวหน้างาน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่จะเป็นหัวหน้างาน หรือผู้จัดการที่ดีในอนาคต
ดังนั้น หัวหน้างานทุกคนจึงควรได้รับการเสริมสร้างสมรรถนะ อย่างถูกวิธีและได้ผลในเชิงปฏิบัติ อย่างจริงจัง หลักสูตรนี้จึงออกแบบตามหลัก C P A (CONCEPT, PROCESS , APPLICATION) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจบทบาท และหน้าที่ของการเป็นหัวหน้างานมืออาชีพ พร้อมทั้งสามารถพัฒนาศักยภาพตนเอง กำหนดเป้าหมายและทิศทางของทีมงาน พัฒนาทักษะการวางแผน เพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการลูกน้อง และเทคนิคการจูงใจ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหัวหน้างานที่มีต่อความสำเร็จและล้มเหลวขององค์กร
ดังนั้นไม่ว่าเป็นหัวหน้างานระดับไหน หน่วยงานไหน และองค์กรประเภทใด ต่างมีความรับผิดชอบในการทำหน้าที่การบริหารทั้งคนและงานให้ลุล่วงด้วยดี และความสามารถของผู้บริหารในการทำหน้าที่ ทั้ง 2 ประการนี้จะเป็นตัววัดว่าองค์กร สามารถบรรลุถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้เพียงใด จะเจริญรุ่งเรืองและแข่งขันได้หรือไม่
วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้ผู้บริหารพัฒนาภาวะผู้นำในรูปแบบของตนเองเพื่อการบริหารคนและบริหารผลงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกระบวนการทางจิตวิทยา
2.เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถกำหนดเป้าหมายและทิศทางของทีมงาน พัฒนาทักษะการวางแผน เพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการทีมงานและทราบถึงแนวคิดในการสร้างแรงจูงใจในการบริหารทีมงาน
3.เพื่อให้ผู้บริหารสามารถประยุกต์ใช้ทักษะทางจิตวิทยาและเครื่องมือสำหรับการบริหารและพัฒนาทีมงานไปใช้ในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น
4.เพื่อสร้างความมั่นใจและเกิดแรงจูงใจในการนำกระบวนการทางจิตวิทยาไปใช้จริงในการดึงศักยภาพของทีมงาน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายองค์กร
5.เข้าใจแนวคิดและความสำคัญของจิตวิทยาการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สำหรับการบริหารผลงาน ช่วยเหลือ สนับสนุน และสร้างความไว้วางใจสำหรับผู้นำ (Nonviolent Communication)
6.สามารถสร้างกลยุทธ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจในการบริหารคนและการทำงานร่วมกันให้มีความเข้าใจกันมากขึ้น
7.เชื่อมรอยร้าว ผสานรอยต่อ และลดระยะห่างของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงาน / ทีมงาน / คนในองค์กรหรือลูกค้า ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งภายในใจ อันเนื่องมาจากมุมมอง ทัศนคติ หรือวิถีปฏิบัติ (สไตล์การทำงาน / วิธีการพูด / รูปแบบการแสดงออกของแต่ละคน) ที่แตกต่าง
วันที่ 1
เวลา 09:00 – 10:30 น. ช่วงที่ 1 หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการเป็นผู้นำสำหรับหัวหน้างาน
• หลักการและความสำคัญของภาวะผู้นำ 360 องศา
• ความแตกต่างระหว่างกระบวนการจัดการกับกระบวนนำ
• องค์ประกอบและคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับการเป็นผู้นำที่ทรงประสิทธิภาพ
• บทบาทและความรับผิดชอบของผู้บริหารที่สำคัญต่อการบริหารทีมและองค์กร
• หลุมพรางทางความคิด ที่ปิดกั้นศักยภาพในการบริหารคนและผลงานสำหรับผู้บริหาร
• จิตวิทยาการบริหารสถานการณ์ และจัดการอารมณ์เชิงลบเพื่อสร้างภาวะผู้นำจากภายใน
กิจกรรม : สร้างการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง พัฒนาวุฒิภาวะด้วยเทคนิคการเอาชนะหลุมพรางทางความคิดและบริหารสถานการณ์โดยปราศจากอารมณ์เชิงลบ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นศักยภาพของตนเองในการบริหารงานและบริหารคน อันนำไปสู่การได้รับความไว้วางใจจากทีมงานและผู้บริหารคนอื่นๆ
เวลา 10:45 – 12:00 น. ช่วงที่ 2 ทักษะการบริหารเป้าหมายและทิศทางของทีม (Goal Setting and Team Direction)
• ความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายและทิศทางในการดำเนินงาน
• หลักการตั้งเป้าหมายแบบ SMART Goal Setting
• เทคนิคการประยุกต์ใช้ SMART Goal Setting และการวางแผน เพื่อบริหารผลงาน
• แนวทางการวางแผนดำเนินงานด้วย 5W2H
• การบริหารการเปลี่ยนแปลงและสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงร่วมกับทีมงาน
• การบริหารเวลาเพื่อการบริหารผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เวลา 13:00 – 15:00 น. ช่วงที่ 3 จิตวิทยาการวิเคราะห์และเข้าใจคน เพื่อบริหารความแตกต่างระหว่างบุคคลและขับเคลื่อนผลงาน
• ฝึกทักษะการอ่านและเข้าใจคน เพื่อให้สามารถมองเห็นคุณค่าและจุดแข็ง คุณลักษณะ และสไตล์การทำงานที่แตกต่างเฉพาะบุคคล ทั้งภายในตนเองและผู้อื่น (4 Element for Communication with Different People)
• เข้าใจสาเหตุแห่งพฤติกรรมการทำงานที่แตกต่าง พร้อมทั้งวิเคราะห์รูปแบบการตัดสินใจที่แตกต่างกันและวิธีโน้มน้าวใจคนแต่ละประเภท
• การสร้างสัมพันธ์และทำงานร่วมกับคนที่แตกต่างตามสภาวการณ์และสไตล์การทำงาน
• กำหนดแนวทางทำงานร่วมกันกับคนแต่ละสไตล์ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารคนที่มีความแตกต่างผ่าน 3V Model
• กิจกรรม : ฝึกประเมินตนเองและบุคคลรอบข้างที่ต้องบริหารและประสานงานด้วย พร้อมทั้งออกแบบวิธีการทำงานของตนเอง เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและหน่วยงานอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• เทคนิคการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจอย่างมีลำดับขั้น Think & Speak
• เทคนิคการสื่อสารเพื่อการจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามแนวความคิดด้วยตรรกะ BEPs Model
• เทคนิคการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนแปลงความขัดแย้ง Nonviolent Communication
• กิจกรรม Case Study เรียนรู้และออกแบบการสื่อสารของตัวเราเองเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับบุคคลหรือหน่วยงานอื่นๆที่มีความแตกต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เวลา 15:15 – 17:00 น. ช่วงที่ 4 ทักษะการสั่งงาน มอบหมายและติดตามงาน (Delegation & Follow up)
• หลักการสั่งงาน มอบหมายและติดตามงาน
• ก้าวข้ามอุปสรรคที่ทำให้ การสั่งงาน มอบหมายและติดตามงาน ล้มเหลว
• กระบวนการสั่งงาน มอบหมายและติดตามงานอย่างมีประสิทธิภาพ
• เทคนิคการสั่งงานและมอบหมายงานตามสถานการณ์และศักยภาพของทีมงาน
วันที่ 2
เวลา 09:00 – 12:00 น. ช่วงที่ 5 จิตวิทยาการพัฒนาทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพในบทบาทที่แตกต่าง
• ลักษณะของผู้พัฒนาทีมงานที่ดี และประโยชน์ของการพัฒนาทีมงาน
• หลุมพรางทางความคิดที่ปิดกั้นศักยภาพในการพัฒนาทีมงานของผู้นำ
• หลักการกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดรูปแบบการพัฒนาทีมงานด้วย (KSA Model)
• วิเคราะห์ความแตกต่างของการพัฒนาทีมงานในแต่ละบทบาท (TAPS Model)
• เทคนิคการพัฒนาทีมงานในบทบาทที่แตกต่างกัน
- Teaching เพื่อสอนให้ทีมงานเข้าใจได้ง่ายและเกิดการจดจำอย่างเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ
- Training เพื่อให้ทีมงานสามารถปฏิบัติตามวิธีการจนกลายเป็นทักษะความเชี่ยวชาญ
- Coaching เพื่อกระตุ้นให้ทีมงานอยากเปลี่ยนแปลงตนเองและดึงศักยภาพออกมาใช้และมีแรงบันดาลใจในการทำงานสู่เป้าหมายด้วยตนเอง
- Counseling เพื่อเยียวยาจิตใจทีมงานในสภาวะกดดัน / หมดไฟ / ใจท้อ / ไม่กระตือรือร้น / ไม่อยากทำงาน / ปัญหาความสัมพันธ์ในทีม / ปัญหาชีวิต / เรื่องส่วนตัวที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน
- Consulting เพื่อให้คำแนะนำในเรื่องงานตามความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของผู้จัดการเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาให้กับทีมงาน
- Mentoring เพื่อแนะนำวัฒนธรรมและการปรับตัวให้เข้ากับองค์กร หรือตำแหน่งที่ดำรงอยู่
• กรณีศึกษา วิเคราะห์และประเมินเพื่อเลือกใช้เทคนิคการพัฒนาทีมงานในแต่ละสถานการณ์
• กิจกรรม ออกแบบเทคนิคการพัฒนาทีมงานกับงานปัจจุบันของตนเอง
เวลา 13:00 – 15:00 น. ช่วงที่ 6 ทักษะการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ (Problem Solving & Decision Making)
• การวิเคราะห์และค้นหาสาเหตุของปัญหา
• กระบวนการค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
• หลักการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาที่ทรงประสิทธิผล
• เทคนิคการแก้ไขปัญหาผ่านการคิดและตัดสินใจอย่างมีกระบวนการด้วย Strategic Model
- คิดแก้ปัญหา
- คิดวิเคราะห์
- คิดสร้างสรรค์
- คิดเชิงกลยุทธ์
- คิดเชิงระบบ
เวลา 15:15 – 17:00 น. ช่วงที่ 7 การสร้างแรงจูงใจ และการให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ และบริหารความสัมพันธ์ของคนในทีม ด้วยเทคนิค CFR (Conversation Feedback & Recognition)
• Conversation Feedback การให้ข้อมูลป้อนกลับด้วยหลักการ FISHs และเทคนิค WRI
• Recognition เทคนิคการสื่อสารเพื่อชื่นชมสร้างกำลังใจในการทำงานด้วย Alexander Technique
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร จิตวิทยาการบริหารและศิลปะการเป็นหัวหน้างาน (Management Psychology for Supervisory)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training


