หลักสูตรอบรม ! The Power of Motivation for Working (การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน)
รหัสหลักสูตร: 69020
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
ในบริบทการทำงานยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Modern Workplace) องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการบริหารคน ไม่ว่าจะเป็นภาวะพนักงานหมดไฟ (Burnout Syndrome) การทำงานไปวัน ๆ แบบไร้ใจ (Quiet Quitting) หรือความแตกต่างทางความคิดของพนักงานหลากเจเนอเรชัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) และอัตราการลาออกของพนักงาน
การสร้าง "แรงจูงใจในการทำงาน" จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการให้รางวัลหรือความกดดันแบบเดิม ๆ แต่เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจจิตวิทยามนุษย์อย่างลึกซึ้ง หัวหน้างานและพนักงานจำเป็นต้องเข้าใจรากเหง้าของแรงขับเคลื่อนพฤติกรรม ผ่านทฤษฎีการจูงใจที่เป็นสากล เช่น ทฤษฎีของ Maslow, Herzberg และ McGregor พร้อมทั้งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ผ่านเครื่องมือที่จับต้องได้อย่างโมเดล D-R-I-V-E เพื่อเติมไฟให้ตนเองและขับเคลื่อนทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจิตวิทยาและทฤษฎีการจูงใจ (Maslow, Herzberg, McGregor) และสามารถนำไปวิเคราะห์ความต้องการของพนักงานรายบุคคลได้
2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้เทคนิคการสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง (Self-Motivation) สามารถจัดการพลังงานและฟื้นตัวจากภาวะหมดไฟได้
3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้โมเดล D-R-I-V-E ในการสื่อสาร ชื่นชม มอบหมายงาน และสร้างบรรยากาศการทำงานที่กระตุ้นแรงจูงใจให้แก่ทีมงานได้สื่อสารเหตุผลการตัดสินใจ: สามารถอธิบายที่มาที่ไปของการเลือกทางออกนั้นๆ ต่อทีมงานหรือผู้บริหารได้อย่างเป็นมืออาชีพ
Goal: เข้าใจรากเหง้าความต้องการของมนุษย์ และรู้วิธี "ปรับใช้" ทฤษฎีคลาสสิกให้เข้ากับแรงแรงจูงใจของคนหลากเจเนอเรชัน (Multi-generations) ในปัจจุบัน
1. Maslow’s Hierarchy in Digital Age (เมื่อความต้องการขั้นพื้นฐานเปลี่ยนไป):
• Physiological & Safety: ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่คือ Flexible Benefits และ Hybrid Working (ความมั่นคงทางเวลาและชีวิต)
• Belonging & Esteem: การสร้าง Inclusion ในทีมที่ทำงานทางไกล และการยอมรับในฐานะ "ปัจเจกบุคคล"
• Self-Actualization: การเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำ Side Projects หรือ Skill Upskilling ที่เขาเลือกเอง
2. Herzberg’s Two-Factor ในยุค Quiet Quitting:
• ทำไมการ "ขึ้นเงินเดือน" หรือ "มีขนมกินฟรี" (Hygiene Factors) ถึงไม่ช่วยให้คนหยุดลาออก?
• เจาะลึก Motivator Factors ยุคใหม่: Autonomy (อิสระในการทำงาน), Growth (การเติบโตที่จับต้องได้), และ Impact (งานที่ทำส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างไร)
3. McGregor’s Theory X & Y กับการบริหารงานทางไกล (Remote Leadership):
• Theory X ในคราบเทคโนโลยี: การจับผิดผ่านระบบออนไลน์ (Micro-management) ที่ทำลายแรงจูงใจ
• Theory Y ยุคใหม่: การบริหารด้วย Trust & Outcome-based (เน้นผลลัพธ์ ไม่เน้นจับผิดเวลา)
Workshop 1: "The Motivation Matrix" ให้ผู้เข้าอบรมจับคู่ Case Study ของพนักงานที่มีปัญหา (เช่น พนักงาน Gen Z ที่เก่งแต่พร้อมลาออก, พนักงานอาวุโสที่หมดไฟ) ว่าต้องใช้ทฤษฎีไหนไปแก้ปม
Module 2: รีชาร์จพลังขับเคลื่อนจากภายใน (Self-Motivation & Resilience)
Goal: เครื่องมือสำหรับผู้เข้าอบรมในการ "เติมไฟให้ตัวเอง" หลีกเลี่ยงภาวะ Burnout และสร้างแรงขับเคลื่อนภายใน (Intrinsic Motivation) ที่ยั่งยืน
1. ค้นหา "Why" ในการทำงาน (Ikigai & Job Crafting):
• เทคนิคการปรับกรอบความคิดต่อเนื้องาน (Task/Relational/Cognitive Crafting) เปลี่ยนจาก "ต้องทำ" เป็น "อยากทำ"
2. การสร้าง Micro-Victories (ชัยชนะรายวัน):
• ใช้หลักการ Progress Principle ของ Amabile: การฉลองความสำเร็จเล็กๆ ในแต่ละวันเพื่อกระตุ้นสารโดปามีน (Dopamine) ในสมอง
3. Emotional Regulation & Resilience:
• เทคนิคการจัดการกับ Feedback เชิงลบ และการฟื้นตัวจากความล้มเหลวในการทำงานอย่างรวดเร็ว
Workshop 2: "My Job Crafting Canvas" ใบงานออกแบบงานปัจจุบันของตนเองใหม่ เพื่อดึงจุดแข็งและความชอบส่วนตัวมาใช้เพิ่มขึ้น 20%
Module 3: ขับเคลื่อนทีมด้วยโมเดล D-R-I-V-E (The Modern Leader's Toolkit)
Goal: เจาะลึกเครื่องมือการนำทีมที่ปรับให้กระชับและเหมาะกับบริบทการทำงานที่รวดเร็วในปัจจุบัน
1. 1D - Direction & Shared Purpose (ทิศทางและการสร้างความหมาย): Purpose-Driven
• เปลี่ยนจากการสั่งงานแบบ KPI ทื่อๆ เป็นการสื่อสารแบบ Storytelling เชื่อมโยงงานของพนักงานเข้ากับเป้าหมายใหญ่ขององค์กร
• ใช้การตั้งเป้าหมายร่วมกันแบบ OKRs เพื่อให้เห็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้น
2. 2R - Recognition & Reward (การชื่นชมที่ถูกจุดและทันท่วงที):Continuous Feedback
• หมดยุคชมเชยปีละครั้งตอนประเมินผล! เรียนรู้เทคนิค Micro-Recognition และการชมแบบเจาะจงพฤติกรรม (Behavior-based Praise)
• การสร้างระบบ Peer-to-Peer Recognition (เพื่อนร่วมงานชมกันเอง) เพื่อสร้างวัฒนธรรมขอบคุณ
3. 3I - Individualization & Empathy (การจูงใจแบบเฉพาะบุคคล):Empathy-Led
• เรียนรู้การทำ Motivation Mapping รายบุคคล เพราะสิ่งที่จูงใจคนหนึ่ง อาจจะสร้างความอึดอัดให้อีกคน
• ทักษะ Deep Listening เพื่อฟัง "สิ่งที่ลูกน้องไม่ได้พูด" (ความกังวล, ความคาดหวังแฝง)
4. 4V - Versatility & Autonomy (ความยืดหยุ่นและการมอบอำนาจ):Autonomy Support
• การสร้าง Psychological Safety (พื้นที่ปลอดภัย) ให้กล้าคิด กล้าทดลองสิ่งใหม่ และกล้าผิดพลาด
• การเปลี่ยนบทบาทหัวหน้าจาก "ผู้ควบคุม (Boss)" เป็น "โค้ช (Coach)" ด้วยการใช้คำถามปลายเปิดแทนการออกคำสั่ง
5. 5E - Environment & Psychological Well-being (บรรยากาศที่เกื้อหนุน):Psychological Health
• การบริหารพลังงานในทีม (Energy Management) ไม่ใช่แค่บริหารเวลา (Time Management)
• การสร้างข้อตกลงร่วมกันในทีม (Team Agreement) เพื่อลดความขัดแย้ง และสร้าง Toxic-free Environment
Workshop 3: "DRIVE Assessment" ให้ผู้เข้าอบรมประเมินทีมตัวเองว่า ปัจจุบันขาดตัวอักษรไหนมากที่สุด และร่วมกันแชร์ไอเดียอุดรอยรั่วนั้น
Module 4: การนำไปใช้และสร้างการเปลี่ยนแปลงจริง (Action Plan & Simulation)
Goal: เปลี่ยนความรู้ในห้องเรียนให้กลายเป็นพฤติกรรมจริงที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น
1. Simulation Scenario (สถานการณ์จำลองหน้างานจริง):
• Case A: พนักงานระดับ Top Performance ที่ช่วงหลังเริ่มเงียบเฉย (Quiet Quitting) และส่งงานเลท
• Case B: พนักงานใหม่ที่กระตือรือร้น แต่รู้สึกเคว้งคว้างเพราะทีมทำงานแบบ Work from Home ไม่ค่อยคุยกัน
2. ลับคมทักษะด้วย "The Motivation Conversation":
• ฝึกซ้อมบทสนทนาแบบ 1-on-1 สำหรับหัวหน้างาน โดยใช้เครื่องมือ DRIVE เข้าไปแก้ปัญหาใน Case Study ข้างต้น
3. Commitment & 30-Day Action Plan:
• สรุปสิ่งที่เรียนรู้ และเขียน "One Thing to Change" (สิ่งหนึ่งสิ่งที่จะทำทันทีในวันพรุ่งนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทีม)
หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีหน้าที่บริหารจัดการ "คน" และ "บรรยากาศในการทำงาน" โดยตรง จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสมที่สุดคือ 35 - 50 คนต่อรุ่น เพื่อประสิทธิภาพในการทำ Workshop
1. กลุ่มหัวหน้างานระดับต้นถึงระดับกลาง (First-line & Middle Managers / Team Leaders):
• เหตุผล: เป็นกลุ่มที่เป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างนโยบายบริษัทกับพนักงานหน้างาน เป็นผู้ที่ต้องใช้โมเดล D-R-I-V-E และทฤษฎีการจูงใจไปขับเคลื่อนลูกทีมโดยตรงในทุกๆ วัน
2. ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร (HR / HRBP / OD):
• เหตุผล: เพื่อให้เข้าใจเครื่องมือเชิงจิตวิทยา และนำไปต่อยอดในการออกแบบสวัสดิการ นโยบายความยืดหยุ่น (Hybrid Work) หรือวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์แรงจูงใจยุคใหม่
3. กลุ่มพนักงานดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูง (High Potentials / Talent Workers):
• เหตุผล: พนักงานกลุ่มนี้ต้องการความท้าทายและการเติบโต (ตามหลัก Maslow ขั้นสูงสุด) การให้เข้าอบรมจะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เทคนิคการเติมไฟให้ตัวเอง (Self-Motivation) และเตรียมความพร้อมขึ้นเป็นผู้นำในอนาคต
รูปแบบที่ 2: แบ่งตามสัญญาณพฤติกรรม (Targeting by Behavioral Signals)
หากองค์กรต้องการจัดอบรมแบบ "Targeted Intervention" เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง Retention (การรักษาพนักงาน) หรือ Productivity ที่ลดลง สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่กำลังส่งสัญญาณเหล่านี้เข้าร่วมโครงการ:
• กลุ่ม "The Burnout & Boreout Risk" (กลุ่มเสี่ยงหมดไฟหรือเบื่อหน่ายงาน): พนักงานที่เริ่มส่งสัญญาณเหนื่อยล้า ผลงานดิ่งลง หรือเริ่มแยกตัวออกจากทีม เพื่อใช้ Module 2 (Self-Motivation & Job Crafting) ในการรีชาร์จพลัง
• กลุ่ม "The New Leaders" (หัวหน้างานมือใหม่): ขยับตำแหน่งจากคนทำงานเก่ง (Individual Contributor) มาเป็นผู้บริหารคน แต่ยังติดสไตล์การทำงานแบบทฤษฎี X (ควบคุม/ลงมือทำเอง) ให้มาปรับ Mindset เป็นทฤษฎี Y และเป็น Leader as Coach
• กลุ่ม "Cross-Functional / Multi-Gen Teams" (ทีมที่ทำงานข้ามสายงานหรือหลากเจเนอเรชัน): ทีมที่มีปัญหาความขัดแย้งด้านการสื่อสาร ไม่เข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันระหว่างพนักงานต่างวัย เพื่อมาใช้เครื่องมือ Individualization ในการทลายกำแพง
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร The Power of Motivation for Working (การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

