หลักสูตรอบรม ! Boss Brain: อัปเกรดวิธีคิด พลิกทีมให้เวิร์ค

รหัสหลักสูตร: 68527

จำนวนคนดู 232 ครั้ง
Boss Brain: อัปเกรดวิธีคิด พลิกทีมให้เวิร์ค
รอบที่

-

ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้

ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่

ก้าวแรกสู่ผู้นำ: สร้างและยกระดับ Manager Mindset สำหรับผู้จัดการมือใหม่

      การเปลี่ยนบทบาทจากพนักงานที่มีผลงานโดดเด่น (Individual Contributor) สู่การเป็นผู้จัดการ (Manager) ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาครั้งสำคัญและท้าทายที่สุดในชีวิตการทำงาน ความสำเร็จในบทบาทใหม่นี้ไม่ได้วัดจากผลงานส่วนตัวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปลดล็อกศักยภาพและส่งเสริมความสำเร็จของทีม ซึ่งต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนกรอบความคิดหรือ "Mindset" ครั้งใหญ่

นิยาม Manager Mindset: จากผู้เล่นสู่ผู้สร้างทีม (Defining the Manager Mindset: From Player to Team Builder)

      Manager Mindset หรือที่บทความจาก Fast Company เรียกว่า "Boss Brain" คือการเปลี่ยนมุมมองจากการเป็น "ผู้ลงมือทำ" (Player) ไปสู่การเป็น "ผู้สร้างทีม" (Team Builder) ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากกรอบความคิดของพนักงานทั่วไปที่มุ่งเน้นการทำงานของตนเองให้สำเร็จลุล่วง Manager Mindset คือการเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการทำงานให้เสร็จสิ้น (Completing Tasks) ไปสู่การพัฒนาคน (Developing People) โดยให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจและดึงจุดแข็งของสมาชิกในทีมแต่ละคนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งสร้างเป้าหมายร่วมกันและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม (Sense of Purpose and Belonging)

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Manager Mindset คือความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ เปรียบเสมือน "ฟันเฟือง" ที่ทำงานประสานกันเพื่อให้คุณเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด:

      •       Cognitive Empathy (ความเข้าใจเชิงเหตุผล): คือความสามารถในการ ทำความเข้าใจ มุมมอง ความคิด และเหตุผลของผู้อื่น เปรียบเสมือนฟันเฟือง "เขาคิดอะไร" ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การวางแผน และการให้ฟีดแบคอย่างเป็นกลาง

      •       Emotional Empathy (ความรู้สึกร่วม): คือความสามารถในการ รู้สึกร่วม ไปกับอารมณ์ของอีกฝ่าย เปรียบได้กับฟันเฟือง "เขารู้สึกอย่างไร" เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่ต้องระวังความเสี่ยงที่จะซึมซับอารมณ์ของทีมมามากเกินไปจนเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout)

      •       Compassionate Empathy (ความเข้าใจที่นำไปสู่การลงมือทำ): คือความสามารถในการ เข้าใจและลงมือช่วยเหลือ อย่างเป็นรูปธรรม เป็นฟันเฟือง "ฉันจะช่วยอะไรได้บ้าง" ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะเป็นการเปลี่ยนความเข้าใจและความรู้สึกร่วมให้กลายเป็นการสนับสนุนที่จับต้องได้

ทำไม Manager Mindset จึงสำคัญ? (Why Does the Manager Mindset Matter?)

      การมี Manager Mindset ไม่ใช่แค่เรื่อง "Nice to have" หรือทักษะเสริม แต่เป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของทีมและองค์กรในเชิงกลยุทธ์ ผู้นำที่ใช้ความเข้าอกเข้าใจและให้การสนับสนุนทีมจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ จากข้อมูลของ Schulich ExecEd และ Deliberate Directions พบว่า Manager Mindset ที่แข็งแกร่งนำไปสู่ประโยชน์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ดังนี้:

      •       เพิ่มความผูกพันของพนักงาน (Higher Employee Engagement): ผู้นำที่มีความเข้าอกเข้าใจจะสร้างทีมที่มีความผูกพันสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจในงาน งานวิจัยด้านประสาทวิทยายังชี้ว่า การที่คนเรารู้สึกว่ามีคนรับฟังอย่างแท้จริงจะช่วยกระตุ้น วงจรการให้รางวัลทางอารมณ์ในสมอง (emotional reward pathways) ทำให้เกิดความรู้สึกเชิงบวกและความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นขึ้น

      •       ลดอัตราการลาออก (Reduced Turnover): การรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ (Active-empathetic listening) จากหัวหน้างานมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการลาออกที่ลดลง พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองมีคนรับฟังและให้ความสำคัญมักจะอยู่กับองค์กรนานขึ้น

      •       ส่งเสริมนวัตกรรมและความปลอดภัยทางใจ (Improved Innovation and Psychological Safety): ผู้นำที่เข้าอกเข้าใจจะสร้างบรรยากาศของความปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) ซึ่งผลการวิจัยของ Google ระบุว่าเป็น "ปัจจัยอันดับหนึ่งของทีมที่มีประสิทธิภาพสูง" สภาพแวดล้อมเช่นนี้เปิดโอกาสให้ทีมกล้าที่จะเสี่ยง ลองผิดลองถูก และนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ โดยไม่ต้องกลัวความล้มเหลว

หัวข้ออบรมสัมมนา
5 ขั้นตอนสร้าง 'Boss Brain': แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้จัดการมือใหม่ (5 Steps to Build a 'Boss Brain': A Practical Guide for New Managers)

บทสรุปจากบทความของ Fast Company ได้กลั่นกรองแนวทางปฏิบัติ 5 ขั้นตอนสำหรับผู้จัดการมือใหม่ในการสร้าง "Boss Brain" หรือ Manager Mindset ดังนี้:

      1.       เริ่มต้นด้วยการฟังและตอบสนอง (Listen & React) ให้ความสำคัญกับการฟังอย่างแท้จริงเพื่อทำความเข้าใจความรู้สึกและความท้าทายของทีม การทำเช่นนี้จะช่วยพัฒนา "ความจำของกล้ามเนื้อเพื่อความเข้าอกเข้าใจ (muscle memory for empathy)" และทำให้คุณเข้าใจภาพรวมของทีมได้ดียิ่งขึ้น

      2.       ค้นหาและใช้จุดแข็งของแต่ละคน (Leverage Individual Strengths) เปลี่ยนมุมมองจากการมองทีมเป็นกลุ่มก้อน ไปสู่การเจาะลึกเพื่อค้นหาและดึงจุดแข็งของแต่ละบุคคลออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

      3.       ใช้ประสบการณ์ 'เคยเป็นลูกน้อง' ให้เป็นประโยชน์ (Use 'Former Employee' Experience to Build Empathy) นำความเข้าใจจากประสบการณ์ในอดีตมาใช้เพื่อสร้างความเข้าอกเข้าใจต่อทีม และปรับแนวทางการสื่อสารให้เหมาะสม

      4.       สร้างความมั่นใจทีละก้าว (Take Small Wins) ความมั่นใจมาจากการ "ลงมือทำ" ชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันจะช่วยตอกย้ำตัวตนใหม่และความสามารถในการเป็นผู้นำของคุณ ทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้รู้สึกเป็นจริงและจับต้องได้

      5.       เข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยา (Psychological Shift) ยอมรับว่าบทบาทได้เปลี่ยนไปแล้ว ความสำเร็จของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานส่วนตัว แต่ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของคนที่คุณดูแล การพัฒนา Mindset นี้เริ่มต้นจากการสำรวจตัวเอง ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อไปที่สำคัญอย่างยิ่ง

คุณมี Manager Mindset แล้วหรือยัง? 7 คำถามเพื่อการสำรวจตัวเอง

การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาภาวะผู้นำ จากข้อมูลเชิงลึกพบว่าผู้จัดการมือใหม่มักรู้สึกว่าตนเองยังไม่ดีพอ และอาจต่อต้านฟีดแบคเพราะมันยิ่งตอกย้ำความไม่มั่นใจของพวกเขา ดังนั้น ขอให้มองคำถามต่อไปนี้ไม่ใช่แบบทดสอบวัดความสามารถ แต่เป็นเครื่องมือส่วนตัวสำหรับการทบทวนตัวเอง เพื่อค้นหาโอกาสในการเติบโต

      1.       เมื่อทีมงานให้ฟีดแบคเชิงวิจารณ์...ปฏิกิริยาแรกของคุณคือการปกป้องตัวเองหรือทำความเข้าใจ? ปฏิกิริยาตอบสนองทันทีของคุณบ่งบอกถึง Mindset ปัจจุบัน การรีบปกป้องตัวเองสะท้อนถึงความรู้สึกไม่มั่นคงและยังยึดติดกับตัวตนเดิม ในขณะที่การหยุดเพื่อรับฟังและทำความเข้าใจสะท้อนถึง Manager Mindset ที่เปิดกว้างและมองว่าฟีดแบคคือของขวัญเพื่อการพัฒนา

      2.       เมื่อลูกน้องนำปัญหามาให้...คุณรีบเสนอทางแก้ทันที หรือตั้งคำถามเพื่อช่วยให้เขาค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง? บทบาทของคุณคือการเปลี่ยนจากการเป็น "หัวหน้าทีมแก้ปัญหา (Chief Problem Solver)" ไปสู่การเป็น "หัวหน้าทีมโค้ช (Chief Coach)" การตอบคำถามให้พวกเขาอาจแก้ปัญหาได้หนึ่งครั้ง แต่การโค้ชให้พวกเขาค้นพบคำตอบด้วยตัวเองคือการสร้างศักยภาพในการแก้ปัญหาให้กับทั้งทีม นี่คือการฝึกเปลี่ยนจาก Emotional Empathy (การรู้สึกตื่นตระหนกไปกับปัญหาของเขา) ไปสู่ Compassionate Empathy (การลงมือทำเพื่อสร้างพลังให้เขา)

      3.       เมื่อเกิดความขัดแย้งในทีม...คุณมองหาว่าใคร 'ถูก' หรือคุณพยายามทำความเข้าใจความต้องการของแต่ละฝ่ายเพื่อหาจุดร่วม? ผู้จัดการที่ยังติดกับดักความคิดแบบเก่าจะมองหา "ผู้ชนะ" ในความขัดแย้ง แต่ผู้นำที่มี Manager Mindset จะใช้ Cognitive Empathy เพื่อทำความเข้าใจจุดยืนและเหตุผลของทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นกลาง ก่อนที่จะช่วยหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้

      4.       เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือโปรเจกต์ล้มเหลว...คุณมองหาคนรับผิด หรือมองหาสิ่งที่ทีมสามารถเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์นั้น? การมองหาคนผิดจะทำลายความปลอดภัยทางใจและทำให้ทีมไม่กล้าเสี่ยงในอนาคต ในทางกลับกัน การเปลี่ยนกรอบความคิดไปสู่การเรียนรู้ (Learning Opportunity) จะสร้างวัฒนธรรมที่มองความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

      5.       เมื่อต้องประเมินผลงาน...คุณมองว่ามันคือการสื่อสารทางเดียว หรือเป็นบทสนทนาสองทางเพื่อปรับเป้าหมายและให้การสนับสนุน? การประเมินผลงานไม่ใช่การสั่งการ แต่เป็นโอกาสในการโค้ชและสร้างความเข้าใจร่วมกัน Manager Mindset จะมองว่านี่คือเวลาสำหรับการรับฟังความท้าทายของทีม ถามถึงการสนับสนุนที่พวกเขาต้องการ และปรับเป้าหมายให้สอดคล้องกัน

      6.       คุณเชื่อว่าคุณค่าหลักของคุณอยู่ที่ทักษะส่วนตัว...หรืออยู่ที่ความสามารถในการดึงศักยภาพและจุดแข็งของทีมออกมา? คำถามนี้คือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านตัวตนของคุณ คุณค่าของ Individual Contributor สามารถพกพาไปได้และขึ้นอยู่กับทักษะส่วนตัว แต่คุณค่าของผู้จัดการนั้นขึ้นอยู่กับบริบทและวัดผลจากความสำเร็จที่คุณสร้างให้เกิด ในตัวผู้อื่น ความภาคภูมิใจอย่างแท้จริงในความสำเร็จของทีมที่มากกว่าความสำเร็จของตนเอง คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า Manager Mindset ของคุณได้หยั่งรากลึกลงแล้ว

      7.       เมื่อทีมงานรู้สึกเครียดหรือกังวล...คุณซึมซับความรู้สึกเหล่านั้นจนตัวเองหมดไฟ หรือคุณสามารถให้การสนับสนุนโดยยังคงรักษาความชัดเจนในการตัดสินใจได้? การแสดงความเข้าอกเข้าใจไม่ได้หมายถึงการแบกรับอารมณ์ของทุกคนด้วย Emotional Empathy ที่ไม่ถูกควบคุม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟได้ ผู้นำที่มีประสิทธิภาพจะฝึกใช้ Cognitive Empathy คือการทำความเข้าใจมุมมองและความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้ แต่ยังสามารถรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อให้การสนับสนุนอย่างมีสติและเป็นกลางได้

      การทบทวนคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพ Mindset ปัจจุบันของตัวเองชัดเจนขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรมในสถานการณ์จริง

วิทยากร
ภาษาในการบรรยาย
ไทย
ประกาศนียบัตร

สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อย่าลืมบอกผู้จัดงานว่าเห็นประกาศจากเวป "สัมมนาดีดี" นะคะ
ชื่อหน่วยงาน/บริษัท:SeminarDD Academy
ชื่อผู้ประสานงาน:ผู้จัดงาน
เบอร์โทรศัพท์ :097-474-6644

หากท่านต้องการสมัคร Boss Brain: อัปเกรดวิธีคิด พลิกทีมให้เวิร์ค
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้


ค่าฝึกอบรมสามารถหักค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ 200%
ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd

หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

คำค้นประกาศนี้ Tags: Boss Brain, อัปเกรดวิธีคิด, ทีม, Manager Mindset, ผู้จัดการ

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด

หลักสูตร การวิเคราะห์รากเหง้าของปัญหา ความเสี่ยง ข้อบกพร่อง ผลกระทบและการแก้ไขปั...

การจัดการและการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานขององค์กรนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะต้องอาศัยกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ให้กลับมาเกิดซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาโดยการปฏิบัติการเพื่อแก้ไข (Corrective Action) เพื่อความอยู่รอดและเต