อบรม การจัดการความรู้ (KM) นำสู่การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)
รหัสหลักสูตร: 69130
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
ในยุคที่องค์ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานเป็นทรัพยากรสำคัญขององค์กร การบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) จึงเป็นกลไกที่ช่วยรวบรวม ถ่ายทอด และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการสูญเสียความรู้จากการเปลี่ยนแปลงบุคลากร ลดการทำงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม การจัดการความรู้จะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ จำเป็นต้องมีพื้นที่และกระบวนการที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร ซึ่งก็คือ ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice: CoP)
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง KM และ CoP โดยอาศัยแนวคิดและทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น CoP ของ Etienne Wenger, SECI Model ของ Nonaka & Takeuchi, Learning Organization ของ Peter Senge และ Social Learning Theory ของ Bandura เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำหลักการไปประยุกต์ใช้ในการสร้างระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การค้นหาองค์ความรู้ การถ่ายทอดความรู้ การสร้างและขับเคลื่อน CoP ตลอดจนการออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ร่วมกัน ผ่าน Workshop และกิจกรรมเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้และพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจหลักการ แนวคิด และความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการความรู้ (KM) และชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)
2. เพื่อเรียนรู้ทฤษฎีและเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในองค์กร
3. เพื่อพัฒนาทักษะในการออกแบบ สร้าง และขับเคลื่อน CoP ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เพื่อส่งเสริมการนำองค์ความรู้ที่ได้จาก CoP ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนางาน แก้ไขปัญหา และสร้างนวัตกรรม
5. เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้และการเรียนรู้ร่วมกันภายในองค์กรอย่างยั่งยืน
• นิยามและแนวคิด: ความหมายของการจัดการความรู้ (KM) และชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)
• ความเชื่อมโยง: KM เป็น "กระบวนการ" ส่วน CoP เป็น "กลไก/พื้นที่" ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
2. ทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง (Theoretical Framework)
• แนวคิด CoP ของ Etienne Wenger:
o โครงสร้าง 3 ด้าน: Domain (หัวข้อที่สนใจร่วมกัน), Community (สายสัมพันธ์ในกลุ่ม), Practice (วิธีปฏิบัติจริง)
• ทฤษฎีการสร้างและถ่ายโอนความรู้ (SECI Model ของ Nonaka & Takeuchi):
o การเปลี่ยนความรู้ซ่อนเร้น (Tacit) เป็นความรู้เด่นชัด (Explicit) ผ่าน 4 กระบวนการ(Socialization→Externalization→Combination→Internalization)
• แนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization ของ Peter Senge):
o การใช้ CoP เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความเป็นทีม (Team Learning) และปรับเปลี่ยนมุมมองคิด (Mental Models)
• ทฤษฎีการเรียนรู้เชิงสังคม (Social Learning Theory ของ Bandura):
o มนุษย์เกิดการเรียนรู้ผ่านการสังเกต ถ่ายทอด และปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในกลุ่ม
3. กระบวนการ KM ที่ขับเคลื่อนให้เกิด CoP
• การค้นหาและรวบรวม: ชี้เป้าความรู้ที่จำเป็นในองค์กร/หน่วยงาน
• การแบ่งปันและแลกเปลี่ยน: ใช้เวที CoP ในการสกัด Tacit Knowledge ออกมาเป็น Explicit Knowledge
• การประยุกต์ใช้: นำบทเรียนจาก CoP ไปแก้ปัญหาในการทำงานจริง (Internalization)
4. ขั้นตอนการสร้างและขับเคลื่อน CoP (CoP Lifecycle)
• Inception: รวมกลุ่มคนที่มีความสนใจใน Domain เดียวกัน
• Incubation: สร้างบรรยากาศความไว้วางใจเพื่อการแลกเปลี่ยน (Socialization)
• Maturity: ถอดบทเรียน รวบรวมองค์ความรู้เป็นคลังสมอง (Explicit Knowledge)
• Evolution: ต่อยอดนวัตกรรม หรือปรับเปลี่ยนหัวข้อตามความต้องการขององค์กร
5. ประโยชน์และการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
• ต่อบุคลากร: พัฒนาทักษะผ่านการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน (Peer Learning)
• ต่อองค์กร: ลดการลองผิดลองถูก ลดการทำงานซ้ำซ้อน เกิดนวัตกรรมเร็วขึ้น
• การยั่งยืน: ปลูกฝังวัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing Culture)
6. สรุป (Conclusion)
• กิจกรรมเสริม (Workshop & Engagement Activities) ที่สอดคล้องกับแต่ละช่วงของกระบวนการ KM และ CoP โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง (Interactive) เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
7. กิจกรรมเสริมเพื่อขับเคลื่อน CoP (CoP Engagement Activities)
• กิจกรรมระยะเริ่มต้น: ละลายพฤติกรรมและค้นหาหัวข้อ (Inception Phase)
o เป้าหมาย: สร้างความคุ้นเคย ละลายความเกร็ง และสกัด "หัวข้อปัญหา" ที่ทุกคนอยากเรียนรู้ร่วมกัน
• กิจกรรมระยะแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียน (Incubation & Maturity Phase)
o เป้าหมาย: สกัดความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) ออกมาเป็นความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) ผ่านกระบวนการ SECI
• กิจกรรมระยะต่อยอดและสร้างความยั่งยืน (Evolution Phase)
o เป้าหมาย: สร้างแรงจูงใจ เผยแพร่ความรู้ และปลูกฝังเป็นวัฒนธรรมองค์กร
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร การจัดการความรู้ (KM) นำสู่การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training
