หลักสูตร Supervisor Excellence: Think, Plan & Coach (ยกระดับความเป็นหัวหน้างาน: คิดเป็น วางแผนเป็น และโค้ชทีมเป็น)
รหัสหลักสูตร: 69317
-
ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้
ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่
หัวหน้างานเป็นบุคลากรสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กรให้เกิดผลสำเร็จ ผ่านการบริหารงาน การแก้ไขปัญหา การวางแผนและติดตามผล รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของทีมงานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาทักษะสำคัญของหัวหน้างาน 4 ด้าน ได้แก่ การคิดวิเคราะห์และค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา การวางแผน มอบหมายงาน และติดตามผลอย่างเป็นระบบ การให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ และการ Coaching เพื่อส่งเสริมให้พนักงานคิดแก้ปัญหาและรับผิดชอบงานด้วยตนเอง ผ่านกรณีศึกษาและ Workshop ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง เพื่อให้หัวหน้างานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับผลงานของทีมและพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
2. เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย มอบหมายงาน และติดตามผลให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด
3. เพื่อพัฒนาทักษะการให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมและยกระดับผลการปฏิบัติงานของพนักงาน
4. เพื่อเสริมสร้างทักษะการ Coaching ที่ช่วยกระตุ้นการคิด การแก้ปัญหา และความรับผิดชอบของพนักงาน
5. เพื่อให้หัวหน้างานสามารถจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างต่อเนื่อง
แนวคิดหลัก: เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การแก้ไขที่สาเหตุแท้จริง
1.บทบาทหัวหน้างานในการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา
• ความแตกต่างระหว่างการแก้ปัญหาแบบ Reactive และ Proactive
• การตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริง (Fact-Based Decision Making)
• การระบุปัญหาจากความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์จริงกับเป้าหมาย (Performance Gap)
• การวิเคราะห์ผลกระทบต่อคุณภาพงาน ระยะเวลา ต้นทุน ลูกค้า และมาตรฐานการปฏิบัติงาน
• ข้อผิดพลาดในการตัดสินใจของหัวหน้างาน เช่น การด่วนสรุป การกล่าวโทษบุคคล และการใช้ประสบการณ์แทนข้อมูล
2.การแยกข้อเท็จจริง ข้อสันนิษฐาน และอาการของปัญหา
• Fact: ข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่สามารถตรวจสอบได้
• Assumption: ข้อสันนิษฐานที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
• Symptom: อาการหรือผลลัพธ์ที่แสดงว่ามีปัญหา
• Root Cause: สาเหตุพื้นฐานที่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นหรือเกิดซ้ำ
• เทคนิคการตั้งคำถาม What, Where, When, Who และ How เพื่อรวบรวมข้อมูลก่อนตัดสินใจ
3.เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ
• Problem Statement: การกำหนดปัญหาให้ชัดเจน
• 5 Whys Analysis: การตั้งคำถามเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
• Cause-and-Effect Thinking: การพิจารณาปัจจัยด้านบุคลากร กระบวนการ ระบบงาน และการสื่อสาร
4.การประยุกต์ใช้กับงานของ MTC
• งานวิเคราะห์สินเชื่อ: การตรวจสอบเอกสารล่าช้าหรือมีข้อผิดพลาดซ้ำ
• งานบัญชี: การบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้องหรือส่งรายงานไม่ทันกำหนด
• งานเร่งรัดหนี้สิน: ผลการติดตามต่ำกว่าเป้าหมายหรือมีข้อร้องเรียน
• งานสำนักงานใหญ่: การประสานงานระหว่างหน่วยงานไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา
Workshop 1: Root Cause Detective ภารกิจ: ค้นหาสาเหตุของงานผิดพลาดซ้ำ
Module 2: Planning & Performance Follow-up การวางแผน มอบหมายงาน และติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวคิดหลัก: เปลี่ยนเป้าหมายของหน่วยงานให้เป็นแผนงานที่ปฏิบัติได้และตรวจสอบผลได้
1.การแปลงเป้าหมายหน่วยงานเป็นเป้าหมายทีม
• บทบาทหัวหน้างานในการเชื่อมโยงเป้าหมายองค์กรสู่การปฏิบัติ
• การกำหนดเป้าหมายแบบ SMART
• การแยก Outcome, Output และ Activity
• การกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนทั้งปริมาณงาน คุณภาพงาน และความถูกต้องตามมาตรฐาน
• การกำหนดเป้าหมายรายทีมและรายบุคคลให้สอดคล้องกัน
2.การจัดลำดับความสำคัญและบริหารภาระงาน
• การจำแนกงานตามความเร่งด่วนและความสำคัญด้วย Eisenhower Matrix
• การพิจารณาผลกระทบต่อความเสี่ยง ลูกค้า และข้อกำหนดขององค์กร
• การวิเคราะห์ภาระงาน (Workload Assessment)
• การจัดสรรงานตามความสามารถ ประสบการณ์ และความพร้อมของพนักงาน
• การบริหารงานประจำควบคู่กับงานเร่งด่วนและงานแก้ไขปัญหา
3.เทคนิคการมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิภาพ
• การกำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ
• การระบุผู้รับผิดชอบและขอบเขตอำนาจ
• การกำหนด Deadline, Quality Standard และ Checkpoint
• การใช้หลัก 5W1H ในการสื่อสารงาน
• การตรวจสอบความเข้าใจและการสนับสนุนพนักงานก่อนเริ่มงาน
4.การติดตามผลและการปรับแผน
• การติดตามผลตามวงจร PDCA
• การใช้ Performance Tracking Sheet
• การติดตามผลผ่าน Daily Briefing และ Weekly Review
• การวิเคราะห์ Performance Gap และการกำหนด Corrective Action
• การปรับแผนเมื่อมีข้อจำกัดด้านกำลังคน ระบบงาน หรือเหตุการณ์เร่งด่วน
• การติดตามผลโดยไม่ควบคุมรายละเอียดทุกขั้นตอน (Avoiding Micromanagement)
Workshop 2: Mission Planning Challenge ภารกิจวางแผนและกู้คืนผลงานของทีม
Module 3: Constructive Feedback การให้ Feedback เพื่อพัฒนาพฤติกรรมและผลการปฏิบัติงาน
แนวคิดหลัก: เปลี่ยนการตำหนิเป็นการสนทนาเพื่อปรับปรุงผลงาน
1.บทบาทของ Feedback ในการบริหารทีม
• ความแตกต่างระหว่าง Feedback, Criticism และ Performance Evaluation
• ความสำคัญของ Feedback ต่อการพัฒนาผลงานและความรับผิดชอบ
• Feedback เชิงเสริมแรง (Positive Feedback)
• Feedback เพื่อการปรับปรุง (Developmental Feedback)
• การสร้างบรรยากาศที่พนักงานกล้ารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
2.เทคนิคการให้ Feedback ด้วย SBI Model
• S- Situation เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด ที่ไหน
• B- Behavior พฤติกรรมที่สังเกตได้คืออะไร
• I- Impact เกิดผลกระทบอย่างไร
เสริมด้วยการรับฟังมุมมองของพนักงาน ตกลงแนวทางปรับปรุง (Next Action) และกำหนดวันติดตามผล
3.การสื่อสาร Feedback อย่างสร้างสรรค์
• การใช้ภาษาที่เป็นกลางและอ้างอิงพฤติกรรม
• การหลีกเลี่ยงคำพูดที่ตัดสินบุคลิกภาพหรือสร้างความรู้สึกถูกโจมตี
• เทคนิค Active Listening และการสรุปความเข้าใจ
• การใช้คำถามเปิดเพื่อรับฟังเหตุผลและข้อจำกัด
• การรับมือกับพนักงานที่ปฏิเสธข้อผิดพลาด โต้แย้ง หรือมีอารมณ์
• การรักษาศักดิ์ศรีและความสัมพันธ์ในการทำงาน
4.การเปลี่ยน Feedback เป็นข้อตกลงปรับปรุงผลงาน
• การกำหนดพฤติกรรมที่คาดหวังให้ชัดเจน
• การกำหนดมาตรฐานและผลลัพธ์ที่ต้องปรับปรุง
• การจัดทำ Performance Improvement Agreement
• การติดตามและเสริมแรงเมื่อพนักงานมีพัฒนาการ
• การแยกกรณีที่ต้องใช้การพัฒนาพนักงานออกจากกรณีที่ต้องดำเนินการตามระเบียบหรือกระบวนการกำกับดูแล
Workshop 3: Feedback Conversation: Feedback ในสถานการณ์จริงของหัวหน้างาน
Module 4: Coaching for Team Development การโค้ชเพื่อพัฒนาพนักงานและสร้างความรับผิดชอบ
แนวคิดหลัก: เปลี่ยนจากการสั่งการเป็นการพัฒนาความสามารถในการคิดและรับผิดชอบของพนักงาน
1.บทบาทหัวหน้างานในฐานะ Coach
• ความแตกต่างระหว่าง Teaching, Mentoring, Advising และ Coaching
• การเลือกวิธีพัฒนาพนักงานตามระดับทักษะและความพร้อม
• สถานการณ์ที่ควรใช้การสอนงานโดยตรง และสถานการณ์ที่ควรใช้การโค้ช
• การสร้างความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของงาน (Ownership)
• ขอบเขตของการโค้ชในงานที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
2.ทักษะสำคัญของหัวหน้างานในการโค้ช
• Active Listening: การรับฟังอย่างตั้งใจ
• Powerful Questioning: การตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นการคิด
• Reflective Questioning: การใช้คำถามสะท้อนความคิด
• การหลีกเลี่ยงคำถามชี้นำและการรีบให้คำตอบ
• การใช้ความเงียบอย่างเหมาะสมเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานคิด
• การสร้างบรรยากาศการสนทนาที่เคารพความคิดเห็นของพนักงาน
3.การโค้ชด้วย GROW Model
• G- Goal กำหนดเป้าหมายที่ต้องการ
• R- Reality สำรวจสถานการณ์และข้อเท็จจริง
• O- Options ค้นหาทางเลือกในการแก้ปัญหา
• W- Will / Way Forward ตกลงสิ่งที่จะลงมือทำ
4.การจัดทำแผนพัฒนาพนักงาน
• การระบุ Performance Gap และ Development Needs
• การกำหนดเป้าหมายการพัฒนารายบุคคล
• การเลือกวิธีพัฒนา เช่น Coaching, On-the-Job Training และ Peer Learning
• การกำหนดตัวชี้วัดการพัฒนา
• การจัดทำ Individual Development Action Plan
• การติดตามผลการโค้ชด้วยการสนทนาระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง
Workshop 4: Coaching Challenge – GROW in Action ภารกิจโค้ชพนักงานให้คิดและค้นหาทางออก
• พนักงานที่เตรียมความพร้อมสู่การเป็นหัวหน้างาน
• ผู้ที่รับผิดชอบการวางแผน มอบหมายงาน ติดตามผลงาน และพัฒนาทีมงาน
• ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการบริหารงานและบริหารคนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร
| ชื่อหน่วยงาน/บริษัท: | SeminarDD Academy |
| ชื่อผู้ประสานงาน: | ผู้จัดงาน |
| เบอร์โทรศัพท์ : | 097-474-6644 |
หากท่านต้องการสมัคร Supervisor Excellence: Think, Plan & Coach (ยกระดับความเป็นหัวหน้างาน: คิดเป็น วางแผนเป็น และโค้ชทีมเป็น)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

