การประเมินค่าความไม่แน่นอนในการวัดของการสอบเทียบ (Assessment for Uncertainty of Measurement for Calibration)

รหัสหลักสูตร: 22403

จำนวนคนดู 3239 ครั้ง

สัมมนานี้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd
ในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมต้องมีกระบวนการวัดแทรกอยู่ด้วยเสมอ ผลของการวัดมีความสำคัญมากต่อคุณภาพการผลิต เช่น การวัดประกอบการตรวจรับวัตถุดิบ การวัดควบคุมกระบวนการผลิต และการวัดเพื่อตรวจสอบคุณลักษณะของสินค้าเพื่อการส่งออก เป็นต้น ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมจึงต้องดำเนินการให้มั่นใจว่าผลการวัดที่ได้มาเป็นผลการวัดที่แม่นยำและเชื่อถือได้ แต่ผลการวัดที่เชื่อถือได้ต้องเป็นผลการวัดที่สามารถสอบย้อนกลับได้ (Traceability) และผลการวัดที่สอบกลับได้จะต้องเป็นผลการวัดที่ระบุข้อมูลของค่าความไม่แน่นอนของการวัด

สิ่งที่คุณจะได้รับ
1. มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการประเมินค่าความไม่แน่นอนในการวัด
2. สามารถนำหลักการในการประเมินค่าความไม่แน่นอนในการวัดไปใช้ร่วมกับการสอบเทียบเครื่องมือวัดมาตรฐานได้
3. ทราบและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประเมินค่าความไม่แน่นอนในการวัดและการสอบเทียบ
หัวข้ออบรมสัมมนา
- หลักพื้นฐานและตัวอย่างความสำคัญของการประเมินค่าความไม่แน่นอนในการวัด
- หลักพื้นฐานการสอบเทียบเครื่องมือวัดในองค์กร (In-house Calibration)
- องค์ประกอบของการสอบเทียบเครื่องมือวัดมาตรฐาน
- แหล่งที่มาของความไม่แน่นอนในการวัด
- ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการสอบเทียบ
- สถิติที่เกี่ยวข้องในการประเมินค่าความไม่แน่นอนในการวัด
- การคำนวณการประเมินค่าความไม่แน่นอนในการวัด
- ระเบียบวิธีการประเมินโดยใช้สถิติ และการประเมินโดยใช้วิธีอื่นๆ
- สรุป ตอบข้อซักถาม
วันที่ 12 - 13 พฤศจิกายน 2557 เวลา 9.00-16.00น.
ต้องการลงชื่อ waiting list กดได้ที่นี่เลยค่ะ
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd
คำค้นประกาศนี้ Tags: สอบเทียบ, ค่าความไม่แน่นอน, uncertainty, calibration

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด

หลักสูตร เทคนิคการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Stock & Inventory Cont...

การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก โดยใช้สำหรับแสดงปริมาณและชนิดของสินค้าคงคลังว่ามีมากน้อยเพียงใดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และเพื่อสามารถติดตาม ควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยให้มีประมาณสินค้าคงคลังไม่มากจนกลายเป็นต้นทุนที่จมอยู่ในคลังสินค้าแล