หลักสูตร การโค้ชเพื่อการขับเคลื่อนผลงานเชิงกลยุทธ์ Strategic Coaching for High Performance

รหัสหลักสูตร: 67007

จำนวนคนดู 1200 ครั้ง
กดเพื่อแจ้งสัมมนาไม่เหมาะสม
หลักสูตร การโค้ชเพื่อการขับเคลื่อนผลงานเชิงกลยุทธ์ Strategic Coaching for High Performance
รอบที่

-

ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้

ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่

หลักการและเหตุผล

    ในฐานะหัวหน้าผู้จัดการและผู้บริหารนอกเหนือจากการดูแลและรับผิดชอบในผลงานของตนเองแล้วยังต้องแสดงภาวะผู้นำในการดูแลและพัฒนาทีมงานให้พัฒนาตนเองและสร้างผลงานให้กับองค์กรได้ด้วยด้วยความรับผิดชอบและความห่วงใย จึงมีหลายครั้งที่ทั้งหัวหน้าและผู้จัดการมองเห็นปัญหาของทีมงานได้เร็ว และต้องรีบทำหน้าที่คอยช่วยเหลือและหาทางแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไป ซึ่งในระยะยาวส่งผลให้ทีมงานต้องพึ่งพิงการดูแลจากหัวหน้าหรือถึงขั้นต้องให้หัวหน้าลงมือช่วย จนทำให้หัวหน้าเองเสียเวลาไปกับทีมจนไม่มีเวลาพัฒนางานและศักยภาพของตนเอง

    การให้คำแนะนำทีมงานโดยการบอกวิธีการของเราออกไปเป็นวิธีการที่เร็วและคาดหวังผลลัพธ์ได้ค่อนข้างชัดเจน แต่อาจขัดขวางต่อกระบวนการเรียนรู้ของทีมงานได้ เพราะทีมงานไม่ได้ใช้ศักยภาพของตนเองในการคิดและหาทางสู่เป้าหมายด้วยตนเอง อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการตัดสินใจไม่มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบผลลัพธ์หรือแม้กระทั่งสร้างความขัดแย้งได้ อันเนื่องมาจากประสบการณ์ความเชื่อความคิดของแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกันการนำวิธีการที่ดีของเราไปให้คนอื่นๆ ใช้ทุกๆครั้งเขาก็จะไม่สามารถคิดวิธีการของตนเองหรืออาจจะใช้วิธีการของเราได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าเราก็เป็นได้

    ผู้นำในฐานะโค้ชจึงเห็นศักยภาพของตัวเองและทีมงาน และมองพฤติกรรมที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงหลุมพรางที่ทีมงานติดอยู่ผู้นำในฐานะโค้ชจึงสามารถใช้กระบวนการโค้ชทำหน้าที่ส่องกระจกให้ทีมงานมองเห็นศักยภาพในตนเองที่มากขึ้น เพื่อก้าวข้ามความเชื่อที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของเขาสามารถคิดหาวิธีการที่จะไปสู่เป้าหมายที่ต้องการด้วยตัวเขาเอง และสร้างการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง

    การใช้การโค้ชด้วยการใช้หลักการของสมองและจิตวิทยาเชิงบวกในการบริหารทีมงานจะช่วยให้ทีมงานใช้ศักยภาพของตนเองได้มากขึ้น มีการเรียนรู้และพัฒนาได้เร็วเพราะสามารถคิดเพื่อสร้างแนวทางใหม่ๆได้ด้วยตนเอง และมีทัศนคติเชิงบวกและความสุขต่อการทำงาน เพราะได้ใช้สิ่งที่เป็นคุณค่าของตนเองในการทำงานได้พัฒนาต่อยอดศักยภาพของตนเองให้มากขึ้น และยังใช้สิ่งที่ตัวเองมีเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆอีกด้วย

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้หัวหน้างาน ผู้จัดการและผู้บริหารพัฒนาภาวะผู้นำในรูปแบบของตนเองด้วยกระบวนการโค้ช (Coach Yourself)

2.เพื่อให้หัวหน้างาน ผู้จัดการและผู้บริหาร เข้าใจกระบวนการโค้ช และมีแนวทางในการฝึกฝนทักษะการโค้ชได้อย่างต่อเนื่อง

3.เพื่อสร้างความมั่นใจและแรงจูงใจในการนำกระบวนการโค้ชไปใช้จริงในการดึงศักยภาพของทีมงาน

4.เพื่อให้หัวหน้างาน ผู้จัดการและผู้บริหาร เรียนรู้ธรรมชาติการทำงานของสมอง (Neuroscience) เพื่อนำไปใช้ในการสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทีมงานด้วยความเข้าใจผ่านกระบวนการโค้ช


หัวข้ออบรมสัมมนา
หลักการและความสำคัญของผู้นำในฐานะโค้ช และองค์ประกอบของการโค้ช

  1. หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการโค้ช
  2. บทบาทของโค้ชสำหรับการพัฒนาทีมงาน
  3. กรอบความคิดและทัศนคติสำหรับการเป็นโค้ช และความสำคัญของการการพัฒนาทีมงาน
  4. องประกอบของการโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงาน
  5. วิเคราะห์ความแตกต่างของการพัฒนาทีมงานในแต่ละบทบาท (TAPS Model)

                •  Teaching เพื่อสอนให้ทีมงานเข้าใจได้ง่ายและเกิดการจดจำอย่างเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ

                •  Training เพื่อให้ทีมงานสามารถปฏิบัติตามวิธีการจนกลายเป็นทักษะความเชี่ยวชาญ

                •  Coaching เพื่อกระตุ้นให้ทีมงานอยากเปลี่ยนแปลงตนเองและดึงศักยภาพออกมาใช้ในการทำงาน

                •  Counseling เพื่อเยียวยาจิตใจทีมงานในสภาวะกดดัน – หมดไฟ – ใจท้อ – ไม่กระตือรือร้น – ไม่อยากทำงาน

                •  Consulting เพื่อแนะนำทางเลือกในการแก้ปัญหาในการทำงานให้กับทีมงาน

                •  Mentoring เพื่อแนะนำวัฒนธรรมองค์กร การปรับตัวเข้ากับองค์กร หรือตำแหน่งที่ดำรงอยู่

                • เทคนิคการผสมผสานบทบาทการพัฒนาทีมงานในแต่ละบทบาทเข้าด้วยกันเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ


กระบวนการโค้ชเพื่อการพัฒนาศักยภาพทีมงาน

  1. การสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ Rapport & Trust
  2. การตั้งเป้าหมายร่วมกัน Goal Setting
  3. การใช้คำถามกระตุ้นศักยภาพ Powerful Question
  4. การฟังเชิงลึก Deep Listening
  5. การสะท้อนกลับเพื่อสร้างความกระจ่างชัด Reflection
  6. การสร้างการเปลี่ยนแปลงและคำมั่นสัญญาในการลงมือปฏิบัติ commitment to change


ฝึกทักษะการสร้างความมั่นคงภายในตนเองและการสร้างความสัมพันธ์

  1. พัฒนาความเป็นผู้นำภายในตนเอง เข้าใจตน เข้าใจคน สลายอัตตา เพื่อการโค้ชชิ่งและพัฒนาภายในให้เติบโตอย่างแข็งแรง ยอมรับความแตกต่างโดยปราศจากอารมณ์เชิงลบ
  2. ธรรมชาติของสมองกับการพัฒนาตนเอง (4F for Survive)
  3. ART : ศิลปะการสื่อสารและการสร้างความไว้ใจในทีมงานก่อนการโค้ช

A : Approach การเข้าหาและการบริหารคนตามสภาวการณ์และสไตล์การทำงาน

      -การอ่านและเข้าใจคนแต่ละประเภท และการประยุกต์ใช้กับบริบทของการเป็นผู้นำ

      -วิเคราะห์รูปแบบการตัดสินใจที่แตกต่างกันและวิธีโน้มน้าวใจคนแต่ละประเภท

      -ทักษะการเข้าใจและเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของทีมงาน

R : Rapport การพิชิตจิตใต้สำนึกและจูงใจทีมงาน

      -อิทธิพลของความแตกต่างทางบุคลิกภาพอันส่งผลต่อความไว้วางใจ และความขัดแย้งของผู้คน

T : Trust การสร้างความไว้วางใจ และสร้างศรัทธาสำหรับผู้นำ

  •     กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจในการบริหารทีมงานแต่ละสไตล์ด้วย 3V Model


ฝึกทักษะการฟังเชิงลึกเพื่อค้นหาศักยภาพ

  1. ทักษะการฟังเชิงลึกด้วยหลักการทางจิตวิทยา Satir Transformational Systemic Coaching

               •  การเข้าใจสาเหตุแห่งพฤติกรรม

               •  การเข้าใจความรู้สึก

               •  การเข้าใจกรอบความคิดและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน

               •  ค่านิยม / ความเชื่อ / ความรู้ /ประสบการณ์

               •  การเข้าใจความคาดหวัง

               •  การเข้าใจความปรารถนาที่แท้จริงที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดพฤติกรรม

     2.สิ่งที่เป็นอิทธิพลและส่งผลต่อการฟัง

               •  บทบาท (หมวกที่ใส่) ในขณะนี้

               •  จุดประสงค์ (เจตนา) ของการฟังในครั้งนี้

               •  กรอบความคิด (Mindset) ที่ใช้ในการฟัง

               •  ความสามารถในการรับรู้ (Perception) ในขณะนั้น

               •  สภาวะอารมณ์( Emotion)ที่เกิดขึ้น

               •  การให้ความหมาย (Meaning)ในเรื่องที่ได้ยิน

    3.หลุมพรางทางความคิดที่ส่งผลให้เกิดการฟังที่ล้มเหลวและก่อให้เกิดความขัดแย้ง

กิจกรรม Deep Listening and Reflection ฝึกฝนทักษะการฟังเพื่อค้นหาศักยภาพของผู้อื่น


ฝึกการใช้คำถามและเครื่องมือในการโค้ชเพื่อการกระตุ้นศักยภาพในการขับเคลื่อนผลงาน

    1.แนวทางการสร้างคำถามเชิงบวกเพื่อกระตุ้นศักยภาพผ่านโมเดลการขับเคลื่อนผลงาน

               •  SMART Goal Setting

               •  GROW Model

               •  Strategic Model

    2.แนวทางการตั้งเป้าหมายในการพัฒนาตนเอง ทีมงาน และขับเคลื่อนผลงาน

               •  เป้าหมายของโค้ชชี่

               •  เป้าหมายที่โค้ชชี่อยากทำ

               •  เป้าหมายที่ท้าทายความสามารถ

               •  เป้าหมายที่เป็นไปได้

               •  เป้าหมายที่มีความเฉพาะเจาะจงชัดเจน

               •  เป้าหมายที่มีระยะเวลาแน่นอน

    3.ปลุก Passion ปั้น Performance ด้วยการตั้งเป้าหมายชีวิตที่สอดคล้องกับการทำงาน

    4.เทคนิคการประยุกต์ใช้ SMART Goal Setting กับการวางแผนและการบริหารผลงาน

    5.เรียนรู้กระบวนการโค้ชชิ่ง ด้วยเครื่องมือการโค้ชชิ่ง Coaching Card

    6.ฝึกปฏิบัติและใช้เครื่องมือการโค้ชชิ่งด้วย GROW Model

    7.ฝึกปฏิบัติและใช้เครื่องมือการโค้ชชิ่งด้วย Strategic Model


ลักษณะการเรียนรู้

Training and Group Coaching ใช้กระบวนการผสมผสานระหว่างการ Teaching, Training และ Coaching ในระหว่างการอบรม เพื่อให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ ความเข้าใจ ฝึกฝนทักษะและทัศนคติที่ดี

      •Teaching for Knowledge เพื่อให้ข้อมูลหรือทำความเข้าใจเนื้อหาตามหัวข้อบรรยาย

      •Training for Skill เพื่อฝึกทักษะผ่านการทดลองคิดวางแผนและปฏิบัติผ่านแบบทดสอบกิจกรรม และกรณีศึกษา

      •Coaching for Explore เพื่อสำรวจสิ่งที่เป็นหลุมพรางความเชื่ออันจำกัด ซึ่งเป็นตัวฉุดรั้งความสำเร็จ และหันมาค้นหาศักยภาพจุดแข็งหรือคุณค่าที่ดีที่สามารถนำมาใช้สร้างแนวทางสู่ความสำเร็จของตนเอง

      •Coaching for Change ใช้กระบวนการ Coaching เพื่อสร้างเป้าหมายทางเลือกใหม่ๆ และแรงจูงใจที่จะนำไปสู่การลงมือปฏิบัติให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

Brain & Mind Based Training ทำความเข้าใจธรรมชาติการทำงานของสมองและจิตใจในการเรียนรู้ สร้างสภาวะที่สนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนทำให้สมองของผู้เรียนมีความสุขไม่ทำให้เกิดความกลัวหรือความกังวล เน้นการพัฒนาจากจุดแข็ง และใช้สมองส่วนคิดให้มากขึ้นเพื่อสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆแทนการตกอยู่ใต้อิทธิพลของสมองส่วนอารมณ์ที่เป็นลบแล้วใช้วงจรพฤติกรรมเดิมในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

Experiential Based Learning คือ เน้นการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult learning) โดยการเชื่อมโยงหลักการหรือแนวทางปฏิบัติกับประสบการณ์ตรงของผู้เรียน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการมองเห็นยอมรับและตัดสินใจอยากเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยตนเองพร้อมทั้งสามารถประยุกต์ใช้หลักการที่เรียนกับบทบาทหน้าที่งานที่รับผิดชอบ ปัญหาหรือเป้าหมายที่ท้าทายได้ทันทีในระหว่างเรียน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 หลังผ่านการอบรมหลักสูตรนี้แล้ว ผู้เข้าอบรมควรจะมีความรู้ความเข้าใจในหัวข้อ ได้ดังนี้รอบรมหลังการอบ

1.เพื่อนำทักษะการโค้ชไปประยุกต์ใช้กับบทบาทอื่นทั้งการเป็นหัวหน้างานพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษา

2.เพื่อทีมงานชัดเจนและเห็นความสำคัญของเป้าหมายพร้อมทั้งเกิดแรงจูงใจในการอยากใช้ศักยภาพ ที่ตนเองมีไปขับเคลื่อนผลงานสู่การบรรลุเป้าหมายด้วยตนเอง

3.เพื่อมองเห็นผลลัพธ์การพัฒนาความสามารถบุคลากรในทีมที่แตกต่างด้วยการนำกระบวนการโค้ช ไปใช้จริงอย่างเป็นขั้นตอน

4.เพื่อการยอมรับจากลูกน้องในทีมด้วยภาพลักษณ์ของการเป็นผู้ช่วยเหลือและพัฒนาผู้อื่นด้วยศักยภาพ ของเขาเองอย่างแท้จริง

วิทยากร
คุณสมบัติผู้เข้าฟัง/กลุ่มเป้าหมาย
หัวหน้างาน / ผู้จัดการ / ผู้บริหาร / ผู้ที่สนใจหรือทำงานด้านการโค้ชเพื่อพัฒนาบุคลากร
ภาษาในการบรรยาย
ไทย
ประกาศนียบัตร

สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อย่าลืมบอกผู้จัดงานว่าเห็นประกาศจากเวป "สัมมนาดีดี" นะคะ
ชื่อหน่วยงาน/บริษัท:SeminarDD Academy
ชื่อผู้ประสานงาน:ผู้จัดงาน
เบอร์โทรศัพท์ :097-474-6644

หากท่านต้องการสมัคร หลักสูตร การโค้ชเพื่อการขับเคลื่อนผลงานเชิงกลยุทธ์ Strategic Coaching for High Performance
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้


ค่าฝึกอบรมสามารถหักค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ 200%
ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd

หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

คำค้นประกาศนี้ Tags: การโค้ชเพื่อการขับเคลื่อนผลงานเชิงกลยุทธ์, กระบวนการโค้ชเพื่อการพัฒนาศักยภาพทีมงาน, ฝึกทักษะการสร้างความมั่นคงภายในตนเองและการสร้างคว, Approach การเข้าหาและการบริหารคนตามสภาวการณ์และสไต, Rapport การพิชิตจิตใต้สำนึกและจูงใจทีมงาน, Trust การสร้างความไว้วางใจ และ

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด