หลักสูตร การบริหารจัดการ Spare Part ให้มีประสิทธิภาพ

รหัสหลักสูตร: 65678

จำนวนคนดู 2600 ครั้ง
การบริหารจัดการ Spare Part ให้มีประสิทธิภาพ
รอบที่

-

ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้

ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่

      ในการบริหารงานด้านโลจิสติกส์ ประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่ต้องพิจารณา คือ สินค้าคงคลัง (Inventory) บางครั้งเรียกว่าพัสดุคงคลัง หรือ สต๊อก หมายถึงสิ่งของที่จัดเก็บไว้ในคลังสินค้า (Warehouse) ซึ่งเรื่องการจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) เป็นศาสตร์วิชาที่ว่าด้วยการบริหารของที่อยู่ในคลัง ให้เหมาะสม มีต้นทุนที่เหมาะสม มีปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป

เป็นไม่ง่ายนัก หากจะทำให้ผู้ที่ไม่เคยเรียน เข้าใจเรื่องการจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) ให้เข้าใจได้ภายใน 1 วัน เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาด้านการคำนวณ ต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษา ทำความเข้าใจ แต่หลักสูตรนี้ พยายามเน้นสอนวิชาการบริหารสินค้าคงคลัง ในแบบฉบับที่ผู้เข้ารับการอบรมทุกระดับเข้าใจได้ง่าย ไม่ใช่บรรยายเพียงทฤษฎี แต่เป็นการบรรยายทฤษฎีก่อนแล้วค่อยแปลงทฤษฎีที่ยาก สรุปรวบยอดให้เข้าใจง่ายขึ้น มีการยกตัวอย่าง การนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง จากวิทยากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานจริงทั้งในระดับปฏิบัติการถึงระดับบริหาร

หัวข้ออบรมสัมมนา

1. พื้นฐานการจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง

            •       กิจกรรม เพื่อปูพื้นฐานระบบโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน และความเกี่ยวโยงของสินค้าคงคลังที่ไหลเวียนอยู่ในระบบ

            •       ความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องบริหารสินค้าคงคลัง

            •       ระบบการบริหารคลังสินค้า กับ บริหารสินค้าคงคลัง

            •       ประเภทของสินค้าคงคลัง เช่น ทำความเข้าใจว่า อะไหล่ / Spare Part คือ สินค้าคงคลังที่ต้องควบคุมและบริหารจัดการ

            •       การวิเคราะห์ต้นทุนการบริหารสินค้าคงคลัง

2. การลำดับความสำคัญของสินค้าคงคงคลัง

            •       การวิเคราะห์ความสำคัญด้วยแนวคิด ABC Analysis

            •       วิเคราะห์ด้านความสำคัญกับการผลิต (VED Analysis)

            •       วิเคราะห์ด้านความถี่ในการใช้งาน (FSN Analysis)

            •       วิเคราะห์ด้านราคา (HML Analysis)

            •       วิเคราะห์ด้านระยะเวลาในการส่งมอบวัสดุ (SDE Anlysis)

3. การวางแผนและการคำนวณสินค้าคงคลัง

            •       เทคนิคการพยากรณ์ความต้องการ (Demand Forecasting Techniques)

            •       จุดสั่งซื้อ (Re-Oder Point : ROP) และการนำไปใช้

            •       ปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด (Economic Order Quantity : EOQ) ที่ควรนำมาใช้ กับ ไม่ควรนำมาใช้

            •       ค่าเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock : SS) เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม

            •       กลยุทธ์การลดสต๊อก แบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้ศาสตร์การคำนวณขั้นสูง

4. การพัฒนาและปรับปรุง

            •       ดัชนีชี้วัด (KPIs) ในการบริหารสินค้าคงคลัง และการเลือกไปใช้อย่างเหมาะสม

            •       เครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าคงคลัง และการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและให้ทุกคนมีส่วนร่วม

            •       กรณีศึกษา

รูปแบบการฝึกอบรม 

      กรณีศึกษา ร่วมแสดงความคิดเห็น ถามตอบ กิจกรรม ประกอบการบรรยาย

วิทยากร
ภาษาในการบรรยาย
ไทย
ประกาศนียบัตร

สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อย่าลืมบอกผู้จัดงานว่าเห็นประกาศจากเวป "สัมมนาดีดี" นะคะ
เบอร์โทรศัพท์ :097-474-6644

หากท่านต้องการสมัคร การบริหารจัดการ Spare Part ให้มีประสิทธิภาพ
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้


ค่าฝึกอบรมสามารถหักค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ 200%
ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd

หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

คำค้นประกาศนี้ Tags: การบริหารจัดการ Spare Part

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด

หลักสูตร เทคนิคการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Stock & Inventory Cont...

การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก โดยใช้สำหรับแสดงปริมาณและชนิดของสินค้าคงคลังว่ามีมากน้อยเพียงใดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และเพื่อสามารถติดตาม ควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยให้มีประมาณสินค้าคงคลังไม่มากจนกลายเป็นต้นทุนที่จมอยู่ในคลังสินค้าแล

อบรมหลักสูตร การบำรุงรักษาเครื่องจักรเชิงป้องกันและเชิงพยากรณ์ (Preventive & Pr...

การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์เป็นกลยุทธ์ของการบำรุงรักษาเครื่องจักรด้วยการวิเคราะห์รูปแบบของความเสียหายของเครื่องจักรเพื่อวางแผนป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการหยุดของเครื่องจักรก่อนเหตุการณ์นั้นที่จะเกิดขึ้นเพื่อลดต้นทุนการบำรุงรักษาแลลดระยะเวลาการซ่อมบำรุงเครื่อง