หลักสูตร ! การวางแผนการใช้เงินและการออมอย่างเป็นระบบสำหรับพนักงาน (Practical Money Planning & Saving for Employees) หลักสูตร 3 ชั่วโมง

รหัสหลักสูตร: 69291

จำนวนคนดู 11 ครั้ง
การวางแผนการใช้เงินและการออมอย่างเป็นระบบสำหรับพนักงาน (Practical Money Planning & Saving for Employees)
รอบที่

-

ยังไม่มีรอบจัดในขณะนี้

ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีรอบใหม่

หลักการและเหตุผล

      คนทำงานจำนวนมากมีรายจ่ายหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งค่าใช้จ่ายประจำ ภาระครอบครัว ค่างวด และรายจ่ายเล็ก ๆ ระหว่างเดือน ขณะที่รายได้จากค่าล่วงเวลาอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละรอบ หากไม่มีแผนใช้เงินที่ชัดเจน จึงมีโอกาสใช้เงินหมดก่อนถึงเงินเดือนรอบถัดไปหรือไม่มีเงินเหลือสำหรับเหตุจำเป็น

      หลักสูตรนี้จึงเน้นวิธีคิดที่ใช้ได้ทันที ได้แก่ รู้รายรับและรายจ่ายจริง แยกสิ่งจำเป็นออกจากสิ่งที่เลื่อนได้ วางแผนก่อนใช้ และกันเงินออมไว้ตั้งแต่ต้นเดือน โดยหลีกเลี่ยงสูตรการเงินที่ซับซ้อนและใช้ตัวอย่างจากชีวิตประจำวันของพนักงาน

      หลักสูตร 3 ชั่วโมงออกแบบให้กระชับและลงมือทำได้จริง ผู้เรียนจะได้สำรวจการใช้เงินของตนเอง ฝึกจัดงบประมาณจากกรณีตัวอย่าง เรียนรู้หลักการออมและเงินสำรองฉุกเฉิน และร่วมตัดสินใจจากสถานการณ์การเงินใกล้ตัว เพื่อกลับไปเริ่มปรับพฤติกรรมได้ทันที

วัตถุประสงค์

      1.       เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจภาพรวมรายรับ รายจ่าย ภาระผูกพัน และพฤติกรรมการใช้เงินของตนเอง

      2.       เพื่อพัฒนาทักษะการแยกค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่ายที่ลดหรือเลื่อนได้ และการจัดลำดับความสำคัญก่อนใช้เงิน

      3.       เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถจัดทำแผนใช้เงินรายเดือนที่เหมาะกับรายได้ รวมถึงรายได้ที่เปลี่ยนแปลงจากค่าล่วงเวลา

      4.       เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการออมตามเป้าหมาย เงินสำรองฉุกเฉิน และการลดโอกาสเกิดหนี้จากรายจ่ายไม่คาดคิด

      5.       เพื่อให้ผู้เข้าอบรมกำหนดพฤติกรรมการเงินที่ต้องการปรับและเริ่มต้นแผนการใช้เงินและการออมที่ทำได้จริง

หัวข้ออบรมสัมมนา
ช่วงที่ 1: Know Your Money Flow: รู้เงินเข้า–เงินออก และเห็นพฤติกรรมการใช้เงินของตนเอง

เนื้อหาสำคัญ

      •       Money Reality Check: มองรายได้จริงทั้งเงินเดือน ค่าล่วงเวลา และรายได้อื่น เทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตลอดเดือน

      •       Where Does My Money Go?: แยกรายจ่ายประจำ รายจ่ายจำเป็น รายจ่ายที่เกิดตามอารมณ์ และค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่รวมกันแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่

      •       Needs – Wants – Commitments: แยกสิ่งที่ต้องจ่าย สิ่งที่อยากได้ และภาระที่ผูกไว้แล้ว เพื่อเห็นพื้นที่ที่สามารถปรับได้

      •       Income Variability: วางแผนโดยใช้รายได้ประจำเป็นฐาน และมองค่าล่วงเวลาหรือเงินพิเศษเป็นส่วนที่ต้องจัดสรรอย่างมีเป้าหมาย

Workshop 1 — My Money Snapshot (เดี่ยว) | ผู้เรียนสำรวจรายรับ รายจ่าย และภาระประจำของตนเองแบบสั้น ๆ แล้วเลือก 1 จุดที่ต้องการเริ่มปรับในเดือนถัดไป

ช่วงที่ 2: Spend with a Plan: วางแผนการใช้เงิน จัดลำดับรายจ่าย และควบคุมภาระหนี้

เนื้อหาสำคัญ

      •       Plan Before Pay: แบ่งเงินตามหน้าที่ก่อนเริ่มใช้ เช่น ค่าใช้จ่ายจำเป็น ภาระประจำ เงินออม และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อไม่ให้ทุกอย่างใช้จากก้อนเดียวกัน

      •       Control the Leakage: สังเกตรายจ่ายที่เกิดบ่อยแต่ไม่จำเป็น เช่น ซื้อเพราะโปรโมชั่น สั่งของออนไลน์ หรือใช้เงินเล็ก ๆ หลายครั้งจนเกินงบ

      •       Debt with Awareness: ก่อนผ่อนหรือกู้เพิ่มให้มองยอดผ่อนรวม ความจำเป็น ระยะเวลาที่ต้องจ่าย และผลกระทบต่อเงินที่เหลือใช้ในแต่ละเดือน

      •       Flexible Budget: เมื่อ OT ลด รายได้พิเศษหาย หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ ให้รู้ว่ารายการใดต้องรักษา รายการใดลดได้ และรายการใดเลื่อนได้

Workshop 2 — Budget Rescue Challenge (กลุ่ม) | 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ช่วยกันจัดงบประมาณจากกรณีตัวอย่างที่มีรายได้ ภาระค่างวด และรายจ่ายเกินแผน แล้วเลือกว่าจะลด เลื่อน หรือคงรายการใดไว้

ช่วงที่ 3: Saving for Goals & Emergencies: ออมอย่างมีเป้าหมายและเตรียมพร้อมสำหรับเหตุไม่คาดคิด

เนื้อหาสำคัญ

      •       Save First, Not Leftover: เปลี่ยนจาก “เหลือแล้วค่อยออม” เป็นกันเงินออมไว้ก่อนในจำนวนที่เหมาะกับกำลังของตนเอง แล้วค่อยปรับเพิ่มเมื่อทำได้

      •       Saving by Purpose: แยกเป้าหมายออม เช่น เงินฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ครอบครัว หรือเป้าหมายระยะยาว เพื่อไม่ดึงเงินก้อนเดียวไปใช้ทุกเรื่อง

      •       Emergency Fund: ค่อย ๆ สร้างเงินสำรองสำหรับเหตุจำเป็น โดยเป้าหมายระยะยาวสามารถพัฒนาไปสู่ประมาณ 3–6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน

      •       Make Saving Automatic: ใช้วิธีที่ช่วยลดการพึ่งวินัยเพียงอย่างเดียว เช่น แยกบัญชี โอนอัตโนมัติทันทีหลังเงินเดือนออก หรือกำหนดยอดออมขั้นต่ำที่ทำได้ทุกเดือน

ตัวอย่างวิธีคิด: Saving Ladder | เริ่มออมจากจำนวนที่ทำได้จริง แล้วค่อยเพิ่มทีละขั้นจนมีเงินสำรองสำหรับเหตุไม่คาดคิด โดยไม่ตั้งเป้าสูงจนทำต่อไม่ได้

ช่วงที่ 4: Money Decisions & Action Plan: ตัดสินใจเรื่องเงินอย่างมีเหตุผลและสร้างแผนที่ทำต่อได้จริง

เนื้อหาสำคัญ

      •       Pause Before Spending: ก่อนใช้เงินก้อนใหม่ให้หยุดถามว่า “จำเป็นตอนนี้หรือไม่ ถ้าเลื่อนได้จะเกิดอะไร และต้องแลกกับเป้าหมายใด”

      •       Use Extra Money Wisely: เมื่อมี OT โบนัส หรือเงินพิเศษ ให้แบ่งก่อนใช้ เช่น เติมเงินฉุกเฉิน ลดภาระหนี้ และกันบางส่วนสำหรับความสุขโดยไม่กระทบเป้าหมาย

      •       Handle the Unexpected: เมื่อมีค่าซ่อมรถ ค่ารักษา หรือค่าใช้จ่ายครอบครัว ให้จัดลำดับแหล่งเงินและผลกระทบก่อนเลือกกู้หรือผ่อนเพิ่ม

      •       30-Day Money Action: กำหนด 1 พฤติกรรมที่จะหยุด 1 พฤติกรรมที่จะเริ่ม และ 1 เป้าหมายการออมที่จะติดตามใน 30 วัน

Workshop 4 — Money Decision Challenge (กลุ่ม) | 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน เลือกทางออกจากสถานการณ์ที่มีเงินจำกัดและหลายรายจ่ายพร้อมกัน แล้วสรุปหลักคิดสั้น ๆ ที่นำกลับไปใช้กับชีวิตจริง

วิทยากร
ภาษาในการบรรยาย
ไทย
ประกาศนียบัตร

สัมมนานี้ได้รับประกาศนียบัตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อย่าลืมบอกผู้จัดงานว่าเห็นประกาศจากเวป "สัมมนาดีดี" นะคะ
ชื่อหน่วยงาน/บริษัท:SeminarDD Academy
ชื่อผู้ประสานงาน:ผู้จัดงาน
เบอร์โทรศัพท์ :097-474-6644

หากท่านต้องการสมัคร การวางแผนการใช้เงินและการออมอย่างเป็นระบบสำหรับพนักงาน (Practical Money Planning & Saving for Employees)
กรุณากดปุ่ม 'สมัครเข้าฟัง' ด้านล่างนี้


ค่าฝึกอบรมสามารถหักค่าใช้จ่ายทางภาษีนิติบุคคลได้ 200%
ลงชื่อเพื่อจองสัมมนาในรอบถัดไป
(ถ้ามีจัด ท่านจะได้สิทธิ์ก่อน)
สามารถติดต่อได้ที่
โทร. 097-474-6644
อีเมล์ [email protected]
ไลน์ไอดี @seminardd

หลักสูตรนี้สามารถจัดแบบ In-House Training (สอนเฉพาะองค์กรของคุณ) ได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ขอใบเสนอราคา In-house Training

คำค้นประกาศนี้ Tags: การวางแผนการใช้เงิน, การออมเงิน, การเงิน, Practical Money Planning & Saving, Money

หลักสูตรฝึกอบรมอื่นๆที่น่าสนใจของผู้จัด